คลังอัดสินเชื่อเกษตร 8.5 หมื่นล้าน
20 ก.พ. 2559 | lastman

กระทรวงการคลัง ชงโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากเพิ่มเติมเข้า ครม.สัปดาห์หน้าวงเงินรวม 85,000 ล้านบาท โครงการแรก ธ.ก.ส.ให้วงเงิน 15,000 ล้านบาท
ข่าว
20 ก.พ. 2559 | lastman

กระทรวงการคลัง ชงโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากเพิ่มเติมเข้า ครม.สัปดาห์หน้าวงเงินรวม 85,000 ล้านบาท โครงการแรก ธ.ก.ส.ให้วงเงิน 15,000 ล้านบาท
รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการและเปิดปฏิบัติการ โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยมีสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเข้าร่วม 11,000 คน ว่า ตั้งแต่วันที่มารับตำแหน่งตนเองและคณะมีภารกิจ 2 ประการคือ ประการแรกพยายามประคองไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา โดยตระหนักและสำนึกตลอดเวลาว่าต้องอยู่ในความไม่ประมาท จึงขอให้พี่น้องคนไทยวางใจและมั่นใจได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง
สินเชื่อให้กู้ยืมไปพัฒนาตัวเองซึ่งท่านนายกฯไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว จะมีมาตรการให้สินเชื่อ 60,000 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านเมื่อเดือนกันยายน 2558 จากนั้นมาก็เห็นว่าการให้สินเชื่อยังไม่เพียงพอหรือไม่ยั่งยืน ผมจึงเรียนนายกฯให้มีการช่วยในครั้งที่ 2 แต่ครั้งนี้ หมู่บ้านคิดร่วมกันว่าต้องการอะไร รัฐบาลจึงอนุมัติงบให้อีก 35,000 ล้านบาทเพื่อให้ไปดำเนินการ
นอกจากประเด็นข้างต้นแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 23 ก.พ.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอ โครงการที่เน้นการปฏิรูปภาคการเกษตรโดยเฉพาะ โดยโครงการแรกเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การปลูกสินค้าอย่างเดียวเช่นยางพารา เมื่อมีปัญหาราคาตกก็ส่งผลให้เกิดความลำบากต่อการยังชีพ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงต้องการทำให้เกษตรกรได้ปลูกพืชตามสิ่งที่ในหลวงตรัสไว้คือการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิด เพื่อให้หล่อเลี้ยงครอบครัวได้
ดังนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเสนอการใช้แนวทางให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งหมายถึงกลุ่มลูกค้าของ ธ.ก.ส.ที่เป็นกลุ่มอาชีพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ปลูกพืชชนิดอื่น นอกเหนือจากที่เคยปลูกอยู่ประจำ โดยให้ชุมชนบริหารจัดการตนเอง
ขณะที่ทาง ธ.ก.ส. พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด หอการค้าจังหวัด จะชี้เป้าให้ว่าแต่ละชุมชนควรปลูกพืชชนิดใด โดย ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อกับเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้เป็นการบังคับ วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ถือเป็นโครงการเริ่มต้นนำร่องโดยจะใช้ในช่วงที่จะเกิดวิกฤติภัยแล้งให้เป็นโอกาส ในกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองรวม 26 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกรประมาณ