เนชั่นทีวี

ข่าว

พยานจำนำข้าวแจงยิบ "ปู" รั้นไม่ฟังคำเตือน!

18 ก.พ. 2559 |

พยานจำนำข้าวแจงยิบ "ปู" รั้นไม่ฟังคำเตือน!

ยิ่งลักษณ์" ฟังไต่สวนคดีจำนำข้าวนัดสอง พยานโจทก์ชี้หลังปิดบัญชีข้าวปี 57 พบข้าวเสื่อมสภาพ-ข้าวหาย "สุภา" เผยเตือนหลายครั้งแล้วจำนำข้าวเป็นระเบิดเวลา ก่อหนี้สะสมเพิ่ม ปูดนำรายได้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์


เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อร่วมฟังการนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์เป็นครั้งที่ 2 ในคดีโครงการรับจำนำข้าว กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการ โดยมีบรรดาแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1 กองร้อย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ถึงกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ระบุว่านโยบายรับจำนำข้าวไม่ผิดแต่วิธีการบริหารงานผิด ว่า เป็นที่แน่ชัดว่าในส่วนของนโยบายรับจำนำข้าวไม่ผิด และเมื่อนโยบายไม่ผิด ผู้ที่นำนโยบายมาปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือชาวนาจะผิดอย่างไร ส่วนปัญหาต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนต้องว่าไปตามขั้นตอน อย่าเหมารวมว่านโยบายนี้ผิด ได้เตรียมหลักฐานที่จะชี้แจงและพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อชั้นศาลแล้ว
ส่วนจะมีการออกหนังสือขอความเป็นธรรมในเร็วๆ นี้อีกหรือไม่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปแล้วกว่า 7 ฉบับ แต่ยังไม่เห็นการตอบรับหรือนำหนังสือขอความเป็นธรรมขึ้นมาพิจารณา และจะต้องเรียกร้องทุกสิ่งที่เราสามารถทำได้ในขณะนี้เพื่อรักษาสิทธิ แต่ไม่ได้หวังว่าจะได้รับการตอบรับ
ปัดจ้างทนายต่างชาติระดมกำลังสู้คดี
น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังปฏิเสธกระแสข่าวการขอเพิ่มทนายความกว่า 17 สำนักงาน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อระดมกำลังสู้คดีรับจำนำข้าวว่า ไม่เป็นความจริง ไม่ทราบว่าแหล่งข่าวไปเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะทีมทนายความมีเท่าที่เห็นอยู่เป็นทีมเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยในการทำคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ทำตรงนั้น เพราะคดียังถือว่าอยู่ในขอบเขตของราชอาณาจักรไทย ซึ่งทนายความของเรามีความรู้ความสามารถ ประกอบกับเนื้อหาต่างๆ อยู่ในขั้นตอนที่เราสามารถใช้ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญภายในประเทศได้พยานชี้ปิดบัญชี57พบข้าวเสื่อม-หาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าพนักงานอัยการโจทก์ได้นำ น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นนักวิชาชีพการตรวจสอบบัญชี เบิกความในประเด็นหลักการทางบัญชีนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง สรุปว่า หลักการปิดบัญชีสามารถสรุปยอดได้เป็นช่วงๆ 3 เดือน 6 เดือน หรือจะจัดทำบ่อยแค่ไหนก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องทำภายใน 12 เดือน เพื่อให้เห็นสถานะทางการเงินของบริษัทหรือองค์กรนั้น ส่วนการปิดบัญชีภาพรวมของโครงการจำนำข้าวเปลือก ในลักษณะบัญชีขาคู่ ที่เป็นรายการสินทรัพย์ที่มีรายจ่าย และภาระหนี้สินตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี ยังไม่เคยทำมาก่อน มีเพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรวบรวมข้อมูลบัญชีของแต่ละหน่วยงานเอง เช่น ธ.ก.ส. อคส. และ อ.ต.ก. จึงทำให้ไม่ทราบยอดบัญชีที่แท้จริงทั้งหมดของโครงการ เช่น ธ.ก.ส.อาจลงบัญชีเฉพาะเงินที่จ่ายให้ชาวนา แต่ไม่ได้ลงบัญชีเงินที่รัฐบาลรับผิดชอบดูแล ซึ่งเป็นช่องโหว่ในการใช้จ่ายเงินของโครงการไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่ทราบสถานะทางการเงินของโครงการ โดยในคณะอนุกรรมการปิดบัญชีมีอธิบดีกรมบัญชีกลางรวมอยู่ด้วย และไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบบัญชี

พยานจำนำข้าวแจงยิบ "ปู" รั้นไม่ฟังคำเตือน!


เมื่อทนายซักค้านถึงคำสั่งของ คสช.ที่ตั้งกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว โดยให้รวบรวมข้อมูลตามความเป็นจริงนั้น หมายความว่าต้องตรวจสอบข้าวทุกโกดังทุกกระสอบใช่หรือไม่ น.ส.แน่งน้อยกล่าวว่า ตนไม่ได้ตรวจสอบ แต่ใช้ชุดข้อมูลการตรวจสอบของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ซึ่งได้ยืนยันว่าตรวจสอบไปทุกหน่วยงานแล้ว และพยานได้อ่านหลักเกณฑ์ขั้นตอนการตรวจนับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและรายงานสรุปผล ขณะที่การบันทึกบัญชีของอนุกรรมการปิดบัญชีก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี ภายใต้ พ.ร.บ.ทางการบัญชี พ.ศ.2543 โดยเริ่มจากต้นทุนการซื้อและมูลค่าคงเหลือ ซึ่งการปิดบัญชี 30 กันยายน 2557 ได้พบมูลค่าของข้าวที่เสื่อมสภาพจากสี ดีเอ็นเอ และกลิ่นของข้าว จากตัวอย่างกว่า 1,100 ตัวอย่าง คิดเป็นค่าเสื่อมสภาพเพิ่มขึ้น จากรอบการปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านบาท และยังพบมีข้อมูลข้าวหาย ส่วนการปิดบัญชีแล้วไม่ได้นำข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและผลการชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาทิ รายได้เกษตรกรที่สูงขึ้น และตัวเลขจีดีพีที่สูงขึ้นมาสรุปรวมด้วยนั้น เพราะการตรวจสอบบัญชีต้องใช้ตัวเลขที่เชื่อถือและจับต้องได้ ซึ่งตัวเลขจีดีพีเป็นเพียงตัวชี้วัดที่จับต้องไม่ได้ และไม่เข้าหลักการด้านบัญชี หากไม่ทำบันทึกตามหลักเกณฑ์ก็จะเป็นการทุจริตทางตัวเลขได้
เมื่อทนายซักถามว่า รายงานผลขาดทุนจากข้าวนาปีที่เสื่อมสภาพ เปรียบเทียบรอบปี 2555-2556 และรอบปี 2557 มีผลขาดทุนลดลง แสดงว่าข้าวในรัฐบาลของจำเลยมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะขาดทุนลดลง น.ส.แน่งน้อยกล่าวว่า หลักการบัญชีให้แสดงราคาทุน หรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับว่าราคาใดต่ำกว่า การปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และวันที่ 30 กันยายน 2557 มีระดับราคาสุทธิที่ต่างกันและมีค่าใช้จ่ายรวมด้านอื่น ดังนั้น ตัวเลขขาดทุนที่ลดลงไม่ใช่เพราะข้าวคุณภาพสูงขึ้น แต่เป็นเพราะหลักบัญชีที่นำมาใช้และระดับราคาสุทธิที่ต่างกัน
"สุภา"ชี้เตือนแล้วจำนำข้าวเป็นระเบิดเวลา
ภายหลังศาลไต่สวนพยานปากนี้เสร็จสิ้น ได้ไต่สวนพยานปาก น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. อดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ต่อในช่วงบ่าย โดยวันนี้ศาลไต่สวนพยานได้เพียง 2 ปาก ส่วนพยานที่อัยการเตรียมไว้อีก 2 ปาก ให้เลื่อนไปไต่สวนในครั้งอื่น
ทั้งนี้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามซักค้าน น.ส.สุภา ว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง แต่งตั้ง น.ส.สุภาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงกล่าวหาว่า น.ส.สุภาเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่กระทรวงการคลังเมื่อปี 2557 ด้วย เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า พยานมีอคติต่อจำเลยและพยายามให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวต่อสื่อมวลชนในทางลบ

พยานจำนำข้าวแจงยิบ "ปู" รั้นไม่ฟังคำเตือน!


ขณะที่ น.ส.สุภาชี้แจงว่า การได้รับแต่งตั้งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ส่วนการชุมนุมของ กปปส.นั้น ในฐานะรองปลัดได้เข้าตรวจสอบการชุมนุมที่จัดขึ้นในบริเวณกระทรวงการคลังเท่านั้น ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุม ส่วนการให้ข้อมูลสื่อมวลชนไม่ใช่การบิดเบือนหรือใส่ร้าย แต่ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง โดยได้ท้วงติงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการนี้ต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์หลายครั้งตั้งแต่ขั้นหลักการ ยืนยันว่าไม่ได้มีอคติหรือโกรธเคืองกับอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นข้าราชการอาชีพ ยินดีทำตามนโยบายรัฐบาล ทั้งยังชื่นชมอดีตนายกรัฐมนตรีและอยากให้อยู่บริหารประเทศต่อ จึงได้ทักท้วงไป เพราะไม่อยากให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากโครงการดังกล่าวเปรียบได้กับระเบิดเวลาที่ต้องกู้หนี้สะสมเพิ่มเรื่อยๆ แต่เมื่อโครงการผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว กระทรวงการคลังจึงจำเป็นต้องทำตามขั้นตอน รวมถึงต้องอนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน
ชี้จำนำข้าวใช้เงินสูงกว่า 8.7 แสนล้าน
นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์นำรายได้ที่มาจากการขายข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนำไปดำเนินโครงการต่อ แทนที่จะนำไปชดใช้หนี้ที่กู้ยืมมาจาก ธ.ก.ส. ส่งผลให้กระทรวงการคลังต้องรับภาระชดใช้หนี้เหล่านั้นต่อเนื่องจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่การปิดบัญชีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 พบตัวเลขการใช้เงิน 878,389 ล้านบาท ซึ่งการรับเงินจำนำข้าวของชาวนาอาจจะมีส่วนที่ชาวนารับเองโดยตรง หรือผ่านผู้แทนที่ถือใบประทวน
ขณะที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามซักค้านให้เห็นว่าการประกันราคาสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นหนี้ที่รัฐยังชดใช้ไม่หมดเช่นกัน ซึ่งน.ส.สุภา ชี้แจงว่า เรื่องหนี้ของรัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ไม่ทราบรายละเอียด แต่ทราบว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมชดใช้หนี้ในโครงการรับจำนำข้าว จึงส่งผลให้รัฐบาลปัจจุบันต้องชดใช้แทน
โครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเพียงโครงการหนึ่งของรัฐบาล ไม่กำหนดเพดานในการรับซื้อและรับซื้อข้าวทุกเมล็ด ซึ่งเปิดช่องให้ทุกคนนำข้าวเข้ามาขายให้รัฐบาลได้ ขณะที่ในอดีตจะมีกำหนดเพดานการรับซื้อข้าวจากประชาชนไม่เกิน 20 ตันต่อคน ส่วนหลักเกณฑ์การอนุมัติกู้ยืมเงิน กระทรวงการคลังจะค้ำประกันให้โครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเท่านั้น น.ส.สุภา ระบุ
ขณะที่นายนรวิชญ์พยายามถามนำว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์เพื่อสาธารณะและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจกว่า 3.9 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าตัวเลขขาดทุน น.ส.สุภาทราบหรือไม่ ซึ่งน.ส.สุภา ระบุว่า ไม่ทราบ ทราบเพียงว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นเพียงโครงการหนึ่งของรัฐบาล เนื่องจากสนใจเฉพาะตัวเลขขาดทุนและกำไรเท่านั้น ไม่ได้สนใจผลประโยชน์ทางอ้อม

พยานจำนำข้าวแจงยิบ "ปู" รั้นไม่ฟังคำเตือน!


ศาลเตือนให้สัมภาษณ์อย่าชี้นำบิดเบือน
ภายหลังไต่สวนพยานปากนี้เสร็จเวลา 17.00 น. ศาลได้ชี้แจงคู่ความ โดยกำชับให้คู่ความระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดี อย่าให้สัมภาษณ์ที่เป็นการชี้นำหรือบิดเบือนที่จะมีผลต่อกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งจะเป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาล ศาลอาจจะพิจารณาเรื่องการประกันตัวของจำเลย หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการซักถามพยานปาก น.ส.สุภาเกี่ยวกับประเด็นการใช้อำนาจสั่งการให้นำเงินโครงการระบายไปใช้ในโครงการจำนำข้าวด้วยนั้น ศาลยังติดใจว่ามีการใช้อำนาจใดสั่งการ จึงให้โจทก์และจำเลย นำข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวมาเสนอต่อศาลในครั้งต่อไปด้วย ทั้งนี้ภายหลังการไต่สวนเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ กล่าวว่า ศาลกำชับเรื่องการสัมภาษณ์ ดังนั้นเรื่องทางคดีคงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยคดีนี้ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์อีกครั้งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ซึ่งตามบัญชีนัดมีการไต่สวนพยานรวม 3 ปาก อย่างไรก็ดี หากเรื่องคดีมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความให้สัมภาษณ์สื่อแล้วพาดพิงหรือกระทบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เราอาจจะพิจารณามาตรการทางกฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อดำเนินการแทนการสัมภาษณ์ตอบโต้

ข่าวล่าสุด