พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ แถลงผลตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล (ดีเอนเอ)ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ได้ตรวจสอบชิ้นส่วนทั้ง 4 ชิ้นที่ส่งมาปรากฎว่า เป็นของบุคคลคนเดียวกัน เนื่องจากมีรอยต่อบรรจบติดกัน ส่วนอีก 2 ชิ้นส่วนที่ถูกส่งมาภายหลัง สามารถต่อกันได้ แต่ต้องรอผลตรวจดีเอนเออีกครั้ง สำหรับเอกลักษณ์บุคคลที่ตรวจพบ มีลักษณะเป็นผู้ชาย แต่ยังระบุุสัญชาติไม่ได้ อายุประมาณ 40 ปี สูง 165เซนติเมตร ผมดำ บริเวณใบหน้าหนวดเคราสั้น บริเวณลำตัวมีขนดก ฟันเรียงครบปกติ ไม่มีการอุดฟัน มีรอยสก็อตเทปติดอยู่บริเวณแขน นอกจากนี้ยังงพบร่องรอยการผ่าตัดไส้ติ่งด้านขวา เบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือฟกช้ำตามลำตัว พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า รอยตัดและการชำแหละที่พบเชื่อว่า เกิดจากเครื่องตัดขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้สันิษฐานได้ว่า น่าจะมีผู้ก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคน และถูกฆ่าก่อนหั่นชิ้นส่วนทิ้ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับขบวนการคนร้ายข้ามชาติหรือไม่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนอีกครั้ง จากการประสานงานกับกรมเจ้าท่าในการวิเคราะห์กระแสน้ำ เชื่อว่าศพน่าจะถูกทิ้งจากสะพานในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค1ใน จ.ปทุมธานีและนนทบุรี คาดว่า จุดฆ่ากับจุดทิ้งชิ้นส่วนอยู่ไม่ไกลกัน แต่ไม่ยืนยันว่า ชิ้นส่วนถูกทิ้งจากจุดเดียวกันหรือมาจากหลายจุดต้องรอการสืบสวนก่อน
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การสอบสวนคลี่คลายคดีใช้เทคนิคทำภาพเชิงซ้อนจากกะโหลกศีรษะหรือเค้าโครงใบหน้าเพื่อดูลักษณะเบื้องต้น จากนั้นจะส่งต่อไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรสเก็ตภาพผู้เสียชีวิต เพื่อช่วยในการสืบหาว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใครพร้อมทั้งนำข้อมูลในคดีฆ่าหั่นศพในอดีตมาวิเคราะห์เทียบเคียงหาแผนประทุษกรรม ทั้งจากคนใกล้ชิด หรือ แก๊งต่างชาติ อาทิ จีน,รัสเซีย เป็นต้น ส่วนบริเวณที่ทิ้งศพคาดว่า น่าจะถูกทิ้งลงจากสะพานในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค1 คงต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีการทิ้งมาจากสะพานใดโดยขยายผลจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ตามหากพบเบาะแสว่าผู้ตายเป็นใครก็จะสามารถสืบหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ส่วนกรณีนายศรี ขันติเนตร บิดาของนายเกียรติศ้กดิ์ ขันติเนตร หัวหน้าฝ่ายบุคคลโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ที่เเจ้งว่า บุตรชายหายตัวไปก่อนหน้านี้นั้น ได้รับการยืนยันตรวจสอบจาก พล.ต.ต.นพ.พรชัย แล้วว่า ผลดีเอ็นเอไม่ตรงกันกับชิ้นส่วนศพที่พบจึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับศพที่พบแต่อย่างใด