สธ.เร่งถกอาเซียนเฝ้าระวัง "ซิกา"
03 ก.พ. 2559 | lastman

สธ.ออกประกาศ โรคติดเชื้อไวรัสซิกา เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ สั่งคุมพิเศษ 4 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์-ผู้ป่วยไข้ออกผื่น-ทารกศรีษะเล็ก-ผู้ป่วยปลายประสาทอักเสบ เร่งถกประเทศอาเซียน+ 3
ข่าว
03 ก.พ. 2559 | lastman

สธ.ออกประกาศ โรคติดเชื้อไวรัสซิกา เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ สั่งคุมพิเศษ 4 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์-ผู้ป่วยไข้ออกผื่น-ทารกศรีษะเล็ก-ผู้ป่วยปลายประสาทอักเสบ เร่งถกประเทศอาเซียน+ 3
อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.อำนวย กาจีนะ บอกว่าหลังจากที่องค์การอนามัยโรคประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ
โดยฉบับแรกเป็นเรื่องเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุว่าอาการสำคัญ ได้แก่ มีอาการไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง บางรายอาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ
ในการเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่1.หญิงตั้งครรภ์2.ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที3.ทารกที่คลอดแล้วมีศรีษะเล็ก และ4.ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ1.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และ4.การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท
นอกจากนี้ มีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อซิกา ซึ่งตั้งแต่ปี 2555-2558 มีรายงานคนไทยป่วยโรคซิก้า 2-5 ราย ไม่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีการระบาดในประเทศไทย
โรคนี้มีการระบาดทั่วไป โดยเฉพาะใน 19 ประเทศแถบทวีปอเมริกา ซึ่งที่ประเทศบราซิล พบผู้ป่วยราว 5 ล้านคน และมีทารกที่คลอดมามีศรีษะเล็กมากกว่า 3,000 คน เฉลี่ย 20 คน ต่อหมื่นทารกที่เกิด จากเดิมที่มีเพียง 0.5 คน
โรคติดเชื้อไวรัสซีกานับเป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความลำดับที่ 23 โดยที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความมาแล้ว 22 โรคได้แก่ 1.อหิวาตกโรค 2.กาฬโรค 3.ไข้ทรพิษ 4.ไข้เหลือง 5.ไข้กาฬหลังแอ่น 6.คอตีบ 7.โรคบาดทะยักในทารกแรกเกิด 8.โปลิโอ 9.ไข้หวัดใหญ่ 10.ไข้สมองอักเสบ11.โรคพิษสุนัขบ้า 12.ไข้รากสาดใหญ่ 13.วัณโรค 14.แอนแทร็กซ์ 15.โรคทริคิโนซิส 16.โรคคุดทะราด เฉพาะในระยะติดต่อ17.โรคอัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกอย่างเฉียบพลันในเด็ก 18.โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 19.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย 20.ไข้เลือดออก 21.โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา และ 22.โรคเมอร์ส (MERS)