นายมนัส เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 บริษัทไทยมาร์ท สโตร์ จำกัด ขาดสภาพคล่องทางการเงิน บริษัททีโอเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัดจึงร่วมทุน โดยใช้ชื่อใหม่เป็น บริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยบริษัททีโอเอ ถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่บริษัทไทยมาร์ท สโตร์ ถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ กระทั่งเมื่อเดือนกันยายน 2558 บริษัทไทยมาร์ท สโตร์ยึดอำนาจการบริหารงานโดยมิชอบและมีการบริหารงานไม่โปร่งใสภายในบริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น
โดยต่อมาพบว่ามีหนี้สินเงินกู้จากธนาคารรวมทั้งสิ้น 270 ล้านบาท ทางบริษัททีโอเอ เพ้นท์(ประเทศไทย) จำกัด (อยู่ในเครือเดียวกับบริษัททีโอเอ คอร์ปเรชั่น) เป็นผู้ค้ำประกันหนี้จำนวนดังกล่าว และครบกำหนดชำระหนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัททีโอเอ เพ้นท์ต้องชำระหนี้แทน จึงตกในสภาวะเจ้าหนี้ของบริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น กระทั่งวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา บริษัททีโอเอ เพ้นท์ (ในฐานะเจ้าหนี้) ได้ฟ้องล้มละลายบริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น กระทั่งวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมาศาลประกาศสั่งให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้บริษัททีโอเอ เพ้นท์ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น 7 แห่ง และ1 คลังสินค้า ได้แก่ 1.สำนักงานใหญ่และสาขารามอินทรา 2.สาขาแจ้งวัฒนะ 3.สาขาเซียร์รังสิต 4.สาขาบางใหญ่ 5. สาขาศรีราชา 6.สาขาราชบุรี และ7.สาขาชลบุรีสุขุมวิท และคลังสินค้า(บางนา)
นายมนัส กล่าวอีกว่า พวกตนในฐานะพนักงานของบริษัททีโอเอ เพ้นท์ จึงรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกันมีชายฉกรรจ์ ชุดดำจำนวนหลายคน มีลักษณะใส่เสื้อแจ็คเก็ต ผมเกรียน ขับรถยนต์มาปิดทางเข้า-ออกบริษัทไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น สำนักงานใหญ่ และกดดันให้พนักงานที่เป็นตัวแทนดูแลทรัพย์และรปภ.ออกจากบริษัท พวกตนจึงประสานตำรวจสน.มีนบุรี ซึ่งเป็นตำรวจท้องที่เข้าตรวจสอบ ก่อนที่ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวจะสลายตัวไป กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่28 มกราคม ก็มีชายฉกรรจ์เดินทางกลับมาที่บริษัทอีกครั้ง พร้อมทั้งพูดข่มขู่รปภ.และยึดบัตรประชาชนของรปภ.ไปจำนวน 3 ราย ทั้งยังล็อคประตูห้องและประตูเข้า-ออกของบริษัทไม่ให้พวกตนเข้าไปภายในได้ วันนี้จึงเดินทางมาร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยดำเนินการให้พวกตนสามารถเข้าดูแลบริษัทดังกล่าวตามคำสั่งศาล
ด้านพ.ต.อ.จิรภพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะลงบันทึกประจำวัน และจะให้ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบบริษัทดังกล่าวพร้อมกับนายมนัส และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ จากนั้นจะสอบถามไปยังฝ่ายบริษัทไทยมาร์ท สโตร์ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ก่อนจะดำเนินการต่อไป