เนชั่นทีวี

ข่าว

"สธ." แจ้ง "WHO" เฝ้าระวังผู้ป่วยเมอร์ส

26 ม.ค. 2559 |

"สธ."  แจ้ง "WHO"  เฝ้าระวังผู้ป่วยเมอร์ส

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ บอกว่า กรณีพบผู้ป่วยโรคเมอร์ส รายที่ 2 ในไทยเป็นชายชาวโอมาน วัย 71 ปีนั้นกรณีนี้ผู้ป่วยมีอาการป่วยแล้วแต่ยังมาไทยเพื่อรักษานั้น นอกจากระบบตรวจจับผู้ป่วยที่ไทยจะต้องทำอย่างเข้มข้นแล้วประเทศต้นทางจะต้องมีระบบเฝ้าระวังที่ดีด้วย


กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานสถานทูตโอมานให้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่จะเดินทางให้มากขึ้น รวมทั้งแจ้งสายการบินและองค์การการบินระหว่างประเทศให้ตรวจคัดกรองผู้โดยสารแต่ละคนว่ามีความปลอดภัยต่อผู้อื่น ไม่เป็นโรคติดต่ออันตราย และแจ้งองค์การอนามัยโลกหรือฮูทราบถึงปัญหานี้ โดยใช้กรณีที่ผู้ป่วยรายนี้เดินทางเข้าไทยเป็นกรณีตัวอย่าง เพราะถือเป็นปัญหาส่วนรวมไม่ใช่แค่ปัญหาของไทย
นพ.โอภาส บอกอีกว่า กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการป่วยแล้วยังเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ทั้งที่โรคเมอร์สจัดเป็นโรคติดต่ออันตรายนั้น ถ้าเป็นตามกฎหมายไทย คือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2523 ไม่ได้เอาผิดกับผู้ป่วย แต่จะเอาผิดกับผู้ที่รู้ว่ามี คนป่วยแต่ไม่แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น สถานที่พัก สถานพยาบาล หรือแพทย์
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา บอกว่า กลุ่มผู้เสี่ยงสูงซึ่งล่าสุดพบว่ามี 40 คน ขณะนี้ติดตามตัวได้แล้ว 32 คนนั้น ได้รับตัวไว้ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลต่างๆและโรงแรมที่พัก โดยแยกตัวไว้ในพื้นที่ที่เป็นเอกเทศ
พญ.จริยา แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร บอกว่า ขณะนี้ที่สถาบันบำราศนราดูรได้รับตัวผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงไว้สังเกตอาการ 9 คนคือ ลูกชายของผู้ป่วย 1 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน ผู้โดยสารชาวไทย 1 คน และชาวโอมานที่โดยสาร 2 แถวหน้า-หลังบนเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วย 5 ราย โดยทุกคนจะต้องเก็บเสมหะเพื่อส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ในรพ และทุกวันที่ 7 และ 14 จนพ้นระยะฟักตัวของโรค ส่วนผลการตรวจของลูกชายผู้ป่วยในรอบแรกไม่พบว่าป่วย
ส่วนค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยต้องรับภาระเองซึ่งมีอัตราสูงกว่ารักษาโรคทั่วไป ส่วนผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต้องเข้ารับการกักตัว สธ.จ่ายค่าเสียเวลาให้ 500 บาทต่อวัน

ข่าวล่าสุด