นางสุพิชญา ลาภบำรุง ชาวต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถึงกับน้ำตาไหลนองหน้า เมื่อเดินทางมาตั้งแต่บ่ายวานนี้ เพื่องจองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย หน้าศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองพิษณุโลก แต่ก็ไม่สามารถซื้อได้ ทั้งๆที่ เธอระบุว่า มากดคนแรกก็น่าจะได้ ต่อไปนี้ลูกๆจะกินอะไร เพราะเป็นอาชีพที่เธอขายมากว่า 10 ปี
นางสุพิชญา บอกว่า กลุ่มผู้ค้าสฉลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย มีจำนวนมาก รัฐบาลน่าจะแก้ไขระบบการซื้อขายใหม่ ไม่เช่นนั้นพวกผู้ค้ารายย่อยก็จะลำบาก ซึ่งเธอเอง ได้โควต้าของแม่ 5 เล่ม จะได้เงิน 4,800 บาท ต่องวด เมื่อครั้งที่ซื้อไม่ได้ ก็ต้องไปซื้อจากยี่ปั้ว ในราคาใบละ 78 บาท ได้กำไรแค่ 2 บาท ซึ่งไม่พอกินแน่นอน
ทั้งนี้ ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีผู้โทรศัพท์แจ้ง 191 พิษณุโลก ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุม บริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองพิษณุโลก เนื่องจากผู้ที่มาคิวหลัง พยายามให้ผู้ที่อยู่คิวแรกออกมา หลังจากทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มไม่สำเร็จ เนื่องจากระบบได้ตัด เนื่องจากมีการจองสลากฯหมดแล้ว
ส่วนบรรยากาศ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีผู้ค้าสลากรายย่อย จาก จ.เลย และ หนองบัวลำภู มาทำการกดจองสลากตามตู้เอทีเอ็มที่มีอยู่ทั้งหมดรวม 93 ตู้ ตู้ละ 8-10 คน และมีบางส่วนที่นอนค้างที่หน้าตู้เอทีเอ็ม เพื่อที่จะได้ทำการกดจองเป็นคิวแรก โดยแต่ละตู้เอทีเอ็ม มีทหารในเครื่องแบบ เข้ามาสังเกตการณ์และดูแล ไม่ให้มีการนำบัตรของผู้อื่นมากดจองสลาก
แต่ปรากฏว่ามีผู้ค้ารายย่อย สามารถกดจองได้เพียง 2 ราย ขณะที่ที่ตู้เอทีเอ็มหน้าศาลากลาง กดจองได้เพียง 1 ราย //และที่ตู้เอทีเอ็มหน้าศาลเด็กและเยาวชน ไม่มีผู้ใดที่กดจองสลากได้ และใช้เวลาประมาณ 35 นาที ระบบจึงแจ้งว่า สลากที่เปิดให้จองผ่านตู้เอทีเอ็ม มีการจองจากทั่วประเทศหมดแล้ว
ผู้ค้าสลากรายหนึ่งจาก อ.วังสะพุง จ.เลย บอกว่า ครั้งนี้เดินทางมาก่อนและมานอนที่หน้าตู้เอทีเอ็มที่หน้าศาลเด็กฯ แต่เมื่อถึงเวลาให้ทำการกดจอง ไม่สามารถเข้าระบบได้ งวดที่แล้วก็ต้องไปซื้อจากยี่ปั้วมาขาย ในราคาคู่ละ 77-78 บาท เรานำไปเร่ขายได้กำไรแทบไม่พอกิน แต่ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร เพราะขายสลากมานาน อย่ากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาในการกดจองสลากให้ด้วย