เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม บอกว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้ในช่วงนี้ขึ้น เพราะปกติจะมีการแจ้งเตือนหรือมีการข่าวรายงานมาก่อน ดังนั้นประชาคมข่าวกรองในมิตรประเทศ อาเซียนจะต้องปรับปรุงการทำงานเพิ่มเติมปกติไทยได้ประสานกับอินโดนีเซียอยู่แล้ว แต่อินโดนีเซียไม่ได้แจ้งเตือนอะไรออกมา นอกจากแจ้งเรื่องความเคลื่อนไหว ของกลุ่มไอเอสในภูมิภาคนี้ ที่เริ่มมีการมาเพิ่มเซลล์ ตั้งสาขาในบางประเทศอาเซียนแล้ว จึงถือเป็นภัยความมั่นคง และสถานการณ์การก่อการร้ายที่น่าห่วงมากเลขา สมช.บอกว่า เหตุการณ์นี้ ต้องใช้เป็นบทเรียนในการประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มไอเอสที่มาขยายตัวและก่อเหตุในแถบนี้มากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยต้องตื่นตัวให้มาก โดยเฉพาะหลังจากที่เกิดเหตุระเบิด ที่แยกราชประสงค์ ก็ได้เฝ้าระวังจับตากลุ่มต่างๆ มากขึ้น ซึ่งการข่าวเป็นเรื่องสำคัญในการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ และต้องเข้มงวดตามแนวชายแดน ตรวจสอบ นักท่องเที่ยวและคนเข้าเมืองให้รอบคอบมีข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงไทย ระบุว่า เหตุระเบิดกลางกรุงจาการ์ต้า น่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มรัฐอิสลามหรือ ไอเอส หรือเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับอุดมการณ์ไอเอส เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มเคลื่อนไหวติดอาวุธในประเทศอินโดนีเซียเคยประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มไอเอสมาแล้วอินโดนีเซียมีกลุ่มติดอาวุธที่มีเป้าหมายตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ กลุ่มเจไอ หรือ เจมาห์ อิสลามิยาห์ แนวคิดนี้แพร่ขยายไปในมาเลเซียและทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกลุ่มมุสลิมติดอาวุธด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มอาบูไซยาฟกลุ่มเหล่านี้ต่อสู้มาหลายปี และถูกปราบปรามอย่างหนักจนเกือบหมดเขี้ยวเล็บ โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่เมื่อมีการก่อกำเนิดกลุ่มไอเอสที่อิรัก และซีเรีย แนวคิดการตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยพื้นที่เป้าหมายประกอบด้วยดินแดนส่วนใหญ่ของอินโดนีเซีย มาเลเซียและทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ คล้ายๆ กับที่ไอเอสกำลังต่อสู้ในตะวันออกกลางเพื่อยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของซีเรียและบางส่วนของอิรัก