เนชั่นทีวี

ข่าว

จากเด็กเก็บฟืนสู่ช่างภาพ...เพราะความผูกพันที่มีต่อ"กำแพงเมืองจีน"

11 ม.ค. 2559 | nation_ent

จากเด็กเก็บฟืนสู่ช่างภาพ...เพราะความผูกพันที่มีต่อ"กำแพงเมืองจีน"

นายโจว หวังผิงนักถ่ายภาพชาวจีนวัย 50 ได้ตกหลุมรักนางแบบของตัวเอง เขาเฝ้าคอยจับตามองดูเธอมามากกว่าสามสิบปี ในสายตาของเขา เธอไม่สวยและไม่น่ารักแต่น่าเกรงขามอย่าบอกใคร นางแบบที่เขาหลงใหลจนหมดหัวใจนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือกำแพงเมืองจีนนั่นเอง

ไม่มีใครรู้จักกำแพงเมืองจีนด่านจินซานหลิงที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงเมื่อศตวรรษ16 ได้ดีไปกว่าโจวอีกแล้ว เพราะว่ามันตั้งตระหง่านตัดผ่านภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเล็กๆที่เขาอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด โจวแทบไม่เคยจะห่างไปจากบ้านเกิดของเขาเลย ทุกๆวันเขาจะปีนกำแพงเมืองจีนก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและจะกลับบ้านหลังจากพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า

อาชีพจริงๆของเขาคือขายเครื่องดื่มและของที่ระลึกบนกำแพงเมืองจีนเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆในแถบนั้นแต่เขาแตกต่างกับคนอื่นตรงที่เขารักการถ่ายภาพกำแพงเมืองจีนแห่งนี้เป็นชีวิตจิตใจ

จริงๆแล้วชีวิตมันไม่ซ้ำซากเหมือนที่มันดูจะเป็นในทุกๆวันหรือแม้แต่ทุกๆขณะ กำแพงเมืองจีนนั้นแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม และแสงที่แตกต่างกัน" โจวกล่าว

เขาเล่าถึงความรู้สึกตะลึงของเขาสมัยเขายังเป็นเด็กเมื่อตอนที่แห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้ ตอนนั้นมีน้อยคนมากที่จะเหยียบย่างเข้ามาที่นี่นอกจากพวกชาวบ้านที่เป็นชาวไร่ชาวนา ผมมักจะมาที่นี่ทุกวันหยุดเพื่อเก็บฟืน

"ผมเดินไปตามทางลาดชันไปเรื่อยๆเท่าที่ผมจะทำได้จนกว่าฟ้าจะมืด ทิ้งภาพป้อมสังเกตการณ์บนกำแพงไว้ข้างหลังทีละป้อม ป้อมแล้วป้อมเล่า และก็คิดสงสัยในใจว่ากำแพงนี้มันจะมีจุดสิ้นสุดรึเปล่านะ

อิฐในสมัยโบราณนั้นหนักกว่าสมัยนี้มาก และทางนั้นก็ลาดชันเหลือเกิน บรรพบุรุษของเราเอาชนะความยากลำบากนี้ได้อย่างไรกัน!"เขากล่าวอย่างประหลาดใจ

งานแบกอิฐกลายเป็นงานประจำของเขาในสมัยเป็นวัยรุ่นเพราะความยากจบบีบบังคับให้เขาต้องออกจากโรงเรียนมัธยมมาใช้แรงงานแต่เขาก็ได้พบโอกาสในการทำมาหากินหลังพบว่านักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปบนกำแพงเมืองจีน และอาชีพนี้ก็ได้ทำให้เขาได้ค้นพบตัวตนและความชอบที่แท้จริงของตัวเอง

หลังจากเก็บเงินอยู่นาน 18 เดือน ในฤดูใบไม้ผลิของปี 1986 เขาก็มีเงินเก็บจำนวน 40 หยวนที่เพียงพอต่อการซื้อกล้องมือสอง ในสมัยนั้นกล้องเป็นที่มาของเงินจำนวนมากสำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่มีรายได้แค่สามหยวนต่อวัน เขากล่าว

เขาเล่าว่าตนพกกล้องติดตัวตลอดเวลาและมีรายได้จากการถ่ายถาพให้นักท่องเที่ยวและตนก็ฝึกฝนการถ่ายภาพกำแพงเมืองจีนด้วยตัวเองอย่างไม่ลดละ อย่างไรก็ตาม เขาจะกดชัตเตอร์เฉพาะตอนได้ภาพที่สวยมากๆเท่านั้นเพราะเขาต้องประหยัดฟิล์ม

ด้วยทักษะการถ่ายภาพที่เฉียบคมของเขา โจวเริ่มชนะการประกวดต่างๆรวมถึงรางวัลยูเนสโกในการแข่งขันการถ่ายภาพมรดกโลกนานาชาติในปี 1998 ภาพที่ได้รับรางวัลของเขาคือภาพกำแพงเมืองจีนบางส่วนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ม่านเมฆ นั่นเป็นครั้งแรกที่ชาวชนบทจากหมู่บ้านอันห่างไกลอย่างเขาได้รับรางวัลระดับนานาชาติ วันนั้นเขากล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ภาพถ่ายของผมโดดเด่นกว่าภาพถ่ายอื่นๆอีก 49,000 ภาพจากช่างภาพกว่า 91 ประเทศทั่วโลกคือเสน่ห์ที่อยู่ในตัวของกำแพงเมืองจีนมากกว่าเทคนิคการถ่ายภาพของผม

โจวกล่าวในตอนท้ายของการพูดคุยกับนักข่าวว่า กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่กำแพงเมืองจีน สิ่งที่ผมต้องทำก็คือเก็บภาพของมันในช่วงเวลาที่มันเป็นในตอนนี้ไว้ด้วยกล้องของผม และนี่คือวิธีการปกป้องมันในแบบของผม
ข้อมูลและภาพ สำนักข่าวซินหัว

ข่าวล่าสุด