จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ชมการแสดงของวงโยธวาทิต และการแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธไทยสมัยโบราณ ทั้งการต่อสู้ด้วยกระบี่กระบอง จากสถาบันการพละศึกษาวิทยาเขตชลบุรี และการต่อยมวยแบบ นาฏมวยไทย จากสถาบันการพละศึกษาวิทยาเขตอ่างทอง โดยภายหลังการเสร็จสิ้นปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนวมสีขาวให้กับพล.อ.ประยุทธ์ 1 คู่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้สวมนวม พร้อมกับโชว์การลงนวมต่อยกับนักศึกษาที่มาร่วมแสดงนาฏมวยไทย และยังได้โชว์ลีลาการออกอาวุธ ง้าว ให้ชมด้วย ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ได้เดินขึ้นไปยังห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า และได้พบปะกับเด็ก และเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ เด็กจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เด็กดีหรือเด็กกตัญญู และเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กพิการ จำนวนทั้งสิ้น 22 คน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนั่งเก้าอี้ทำงานนายกรัฐมนตรี พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับนายกรัฐมนตรี สำหรับบรรยากาศการนั่งเก้าอี้ทำงานของนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยสอบถามเด็กและเยาวชนอย่างเป็นกันเองพร้อมกับให้คำแนะนำในการทำงานว่า ต้องมีความละเอียดรอบคอบเพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เวลาจะลงนามหนังสืออะไรต้องอ่านให้ครบถ้วน ก่อนจะลงนามหนังสือต้องตรวจตราให้ดี เพราะถ้าผิดพลาดจะมีผลกระทบต่อประเทศชาติ ถัดจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปยังตึกสันติไมตรี และระหว่างที่เดินผ่านทางเชื่อมตึกก็ได้ทำการแจกของเล่นที่เตรียมใส่ถุงกระสอบใบใหญ่ให้กับเด็กๆที่มารอบริเวณทางเชื่อม และจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบนเวทีในตึกสันติไมตรีเพื่อเปิดงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่า วันนี้เราฟังเสียงทุกคนโดยเฉพาะกับเด็กๆ เด็กคือผู้บริสุทธิ์ไม่มีอย่างอื่น เด็กคืออนาคตของชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างจิตสำนึกในใจไม่มีใครบังคับได้ นอกจากตัวเอง การเป็นคนดี มีคุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ก็ยังมีคนสงสัยว่าการเป็นคนดีคืออะไร แสดงว่าอีกนานเหมือนเต่าที่อยู่ในน้ำ หรือบัวที่ยังไม่ได้ผุดโผล่จากใต้น้ำ คนดีคือคนที่เคารพกฎหมาย เป็นคนที่เผื่อแผ่และเคารพคนอื่น ไม่สร้างความเดือดร้อน ละเมิดสิทธิคนอื่น ทำให้บ้านเมืองสงบสุขอย่างยั่งยืน ไม่มีความขัดแย้ง คนดีมีหลายเรื่องที่สามารถทำดีได้ แต่ไอ้ที่ทำชั่วมีไม่กี่เรื่องแต่ชอบทำกัน เด็กๆ ทุกคนต้องไม่ทำให้เกิดขึ้นมาอีก หวังว่าการจัดงานวันเด็กปีนี้ได้ประโยชน์ หลายอย่างสามารถนำพาเยาวชนไปขับเคลื่อนประเทศได้ในเรื่องของการปฏิรูป โดยเฉพาะ ด.ช.พลภัทร์ องอาจ หรือน้องโชกุน นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธ์ ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว และ ด.ญ.วนิสา ใจดี ที่สามารถสรุปและพูดถึงการลดวาลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้ ได้เป็นอย่างดี ด.ช.พลภัทร์ อาจต้องไปพูดภาษาอังกฤษในรายการของรัฐบาลผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อสร้างความสนใจในภาษาอังกฤษ เป็นแรงกระตุ้นให้กับเด็กคนอื่นๆด้วย ในส่วนของด.ญ.วนิสา ใจดี มอบหมายให้กระทรวงศึกษารับไปเพื่อออกรายการเดินหน้าประเทศไทยในช่วงเย็น ในเรื่องการลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการลดเวลาให้กับบ้าน ไม่ได้ให้นำมาเล่นเกมหรือโทรศัพท์ ใช้เวลาช่วงบ่ายที่มีอยู่นั้นเรียนรู้ตัวเองว่าจะอยู่กันอย่างไร ต้องคิดไป ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นายกฯ กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตนที่ทำทุกวันนี้ได้เพราะครอบครัวสอนมาเพราะพ่อ แม่สอนมา พ่อเคยสอนเย็บผ้าก็ซ่อมผ้าได้ เย็บกระดุมได้ รีดผ้าเอง ไสไม้แกะสลัก อ็อกเหล็ก เป็นหมดเพราะเรียนมา ซึ่งสมัยก่อนเรียบแบบนี้ ไม่ใช่เหมือนสมัยนี้ที่เรียนแต่ภาควิชาการมากๆ ได้คะแนนมากๆแล้วได้ใบปริญญา แต่ทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีกระบวนการเรียนรู้ วันนี้อย่าคิดแค่ความรู้สึก รักใครชอบใครไม่ใช่มองแค่หน้าตา ต้องรักคนด้วยความดี ผู้ชายต้องเป็นหลักของผู้หญิง เสียสละ อดทน เข้มแข็ง ไม่หลอกลวง ผู้หญิงก็รักคนด้วยหัวใจสติปัญหา และสมอง อย่ารักคนแค่หล่อ คารมณ์ดี ทั้งสองฝ่ายต้องปรับตัวเข้าหากัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาล และ คสช.พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ประชาชนและประเทศในขณะนี้ หลายอย่างต้องเข้มงวด หลายอย่างก็มีการผ่อนผัน แต่ก็ยังมีความไม่เข้าใจซึ่งแสดงว่าสังคมเรากำลังมีปัญหาด้วยคนไม่กี่คน ไม่กี่ประเภท ก็เหลือแต่เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติ ที่มีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ผู้ปกครอง อยู่ในกรอบ วินัยของบ้านเมือง และช่วยกันสร้างประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ตามยุทธศาสตร์ที่เรากำหนดไว้ว่า ใน 20 ปี ข้างหน้าเราจะมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ รัฐบาลพยายามวางแผน วางพื้นฐานไว้ใน 1 ปี 6 เดือนที่เหลือ ที่เหลือรัฐบาลต่อไปมีหน้าที่ดำเนินการต่อไป แต่คิดว่าสิ่งที่วางไว้นั้นเป็นอนาคตของประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการให้โอวาท นายกรัฐมนตรีได้ทดลองให้น้องโชกุน หรือด.ช.พลภัทร์ องอาจ เป็นล่ามโดยแปลตามสิ่งที่พูด และแสดงความพึงพอใจ และปรบมือเมื่อน้องโชกุนสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี พร้อมระบุว่า ในอนาคตอยากได้ล่ามที่สามารถฟังพูดและแปลไปพร้อมกันได้ และสัปดาห์นี้ขอให้ไปพูดผ่านรายการของรัฐบาลทางสถานีโทรทัศน์เพื่อที่จะคนทั่วไปจะได้สนใจภาษาอังกฤษ ซึ่งทุกกระทรวงสามารถเชิญเพื่อไปสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่างๆได้และอย่าลืมให้รางวัลกับเด็กด้วย อย่าใช้แรงงานเด็กอย่างเดียว และฝากให้รองนายกฯและกระทรวงศึกษาธิการไปสานต่อด้วย ไปสร้างการเรียนรู้ จะได้เป็นกำลังใจ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้ ด.ญ.วนิสา ใจดี สรุปสิ่งที่ตนเองพูดให้โอวาทก่อนที่จะแสดงความพึงพอใจ พร้อมกล่าวว่า เด็กคืออนาคตของชาติ เด็กจะดีเพราะครูดี พ่อแม่ดี เมื่อพ่อแม่ดีลูกก็จะดีประเทศก็จะดีด้วย เด็กทุกคนมีความเก่งในตัว หาความเก่งของตัวเองให้เจอว่าเก่งตรงไหน ไม่ใช่ไปเก่งด้วยการขี่มอเตอร์ไซแข่งกัน แล้วก็ตาย วันนี้ลุงออกกฎหมายทุกชนิดที่จะแก้ปัญหาอุบัติเหตุ ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วกฎหมายแรงที่สุดก็ออกไปแล้วแต่ก็ยังตายและเจ็บอยู่ ขอให้เด็กๆช่วยไปบอกพ่อแม่ด้วยว่าขับรถอย่ากินเหล้า ถ้ากินลูกไม่ไปด้วย จะสามารถช่วยลุงได้ บอกพ่อด้วยนะว่าอย่าไปสร้างความขัดแย้ง ห้ามทะเลาะห้ามชกกัน ห้ามไปร่วมกลุ่มกับไอ้คนไม่ดี ทำตัวเป็นคนดี ถ้าเห็นลุงดีก็มากับลุง ถ้าเห็นลุงไม่ดีก็ไม่ต้องมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินไปทักทายเด็กๆที่บูธของบริษัท ทรูฯ ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี และจากนั้นได้ ร่วมร้องเพลง คืนความสุข และขอใจเธอแลกเบอร์โทร ที่บูธของวงดุริยางทหารบก ก่อนที่จะเดินทักทายเด็กและให้ถ่ายรูปด้วยก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันบรรยากาศการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคักถึงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาในช่วงเช้าก่อนที่จะเปิดประตูให้เข้างาน แต่ไม่เป็นอุปสรรคให้กับเด็กๆ และผู้ปกครอง ยังคงทยอยเดินทางมาร่วมงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล ในปีนี้ส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับหุ่นไดโนเสาร์ที่เคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้จุดสนใจอีกอย่างคือการขึ้นไปเยี่ยมชมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งในปีนี้ต้องไปลงทะเบียนและแจ้งหมายเลขบัตรประชาชน เพื่อที่จะออกเป็นบัตรเพื่อขึ้นชมและนั่งเก้าอี้นายกฯ โดยจัดเป็นรอบละ 40 คน โดยเด็กที่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นคนแรกในปีนี้คือ น.ส.ศิริตา เที่ยงธรรม อายุ 16 ปี จากโรงเรียนประชาบดี ขณะที่บริเวณโดยรอบทำเนียบมีการจัดซุ้มกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเครื่องเล่น ของแจกให้กับเด็กๆ อาทิ การตรวจฟันฟรี โดยมหาวิทยาลัยมหิดล การถ่ายรูปกับภาพเสมือนจริงหรือสแตนดี้ลุงตู่ กิจกรรมร้องเพลง กิจกรรมทดลองอ่านข่าว ของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) การจำลองสนามเด็กเล่น รถโบราณ และซุ้มว่าวไทย เป็นต้น สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบและในทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้จัดการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร ดูแลความปลอดภัยทั้งภายในและบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ทั้งตามตึกต่างๆโดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ สนามหญ้าจุดตั้งหุ่นไดโนเสาร์ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายอีโอดีนำเครื่องสแกนวัตถุแปลกปลอมมาตั้งบริเวณทางเข้า-ออก 3 จุด คือบริเวณประตู 1 ประตูสะพานอรทัย และบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ พร้อมกับย้ำกับผู้ที่เข้างานว่าวันนี้ขอความร่วมมือไม่ให้ยื่นหนังสือร้องเรียนหรือจดหมายเปิดผนึกกับนายกฯ แต่ปรากฏว่าก็ยังมีชายสูงวัยรายหนึ่งถือโอกาสนี้มายังตึกไทยคู่ฟ้า โดยอ้างจะมายื่นร้องเรียนเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อนจากนายกฯ เจ้าหน้าที่จึงรีบพาเดินทางไปยังศูนย์บริการประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับหนังสือแทน