แรงกดดันในตลาดครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเงินหยวนอ่อนค่าอย่างหนัก ลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 เมื่อธนาคารประชาชนจีนสร้างความประหลาดใจให้ตลาดอีกครั้ง ด้วยการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเป็นทางการที่ 6.5646 หยวนต่อดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อค่าเงินสกุลอื่น ๆ ในภูมิภาค การอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องของเงินหยวน สร้างแรงกดดันให้สกุลเงินเอเชียต้องอ่อนค่าตามไปด้วย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกกับจีนส่วนมาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ หรือระงับการซื้อขายหุ้นชั่วคราว ตลาดหลักทรัพย์จีนเริ่มใช้มาตั้งแต่วันจันทร์ (4 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันซื้อขายหุ้นวันแรกของปี 2559 ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดความผันผวนในตลาด ที่ออกอาการมาตั้งแต่กลางปี 2558 แต่วันนี้นักวิเคราะห์มองว่า การใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้นจีนร่วง เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนก อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันจันทร์ เพราะเซอร์กิต เบรกเกอร์จะตัดสภาพคล่องของตลาด ซึ่งนักลงทุนเกรงว่าพวกเขาจะไม่สามารถซื้อขายหุ้นได้
ทั้งนี้ ตลาดมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอยู่แล้ว แถมยังมีความกังวลว่ามาตรการห้ามผู้ถือหุ้นในบริษัทเกิน 5% ขายหุ้นจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้เข้ามาซ้ำเติม แต่ก็มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จีนอาจชะลอการยกเลิกมาตรการดังกล่าวออกไป หลังจากที่เคยนำมาใช้ในช่วงฤดูร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้หุ้นจีนร่วงลงไปอีก