เนชั่นทีวี

ข่าว

กสทช. ย้ำ ปี 59 เน้นดูแลผู้บริโภค

05 ม.ค. 2559 |

กสทช.  ย้ำ ปี 59 เน้นดูแลผู้บริโภค

เลขาธิการ กสทช. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ บอกภายหลังการประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานในปี 2559 ให้กับผู้บริหารของสำนักงานกสทช. ว่า ในปีนี้มี 8 เรื่องที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย


1. การกำกับดูแลในส่วนของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมต้องเข้มข้น และรวดเร็ว โดยประชาชนจะต้องได้รับผลประโยชน์มากที่สุด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เช่น การดูแลเรื่องของอัตราการให้บริการของ 4G จะต้องถูกกว่าการให้บริการ 3G ในปัจจุบัน
2. เร่งรัดเงินเยียวยาคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์เพื่อนำเงินรายได้ส่งให้กับแผ่นดินภายในเดือนมีนาคมนี้
3. เร่งรัดจัดหาผู้บริหารเพื่อมาจัดการในการประมูลเลขสวย คาดว่าจะได้คณะทำงานภายในเดือนเมษายนนี้ และสามารถนำเลขสวยไปประมูลได้ภายใน 2 ปี ซึ่งเงินที่ได้จากการประมูลจะนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน
4. แนวทางแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัล โดยให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กสทช. ,ผู้บริหารทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังปัญหาและหาแนวทางในการดำเนินงานต่อไป
5. เงินที่คงค้างอยู่ในระบบซิมเติมเงินที่ประชาชนยังไม่มารับคืนเป็นจำนวนกว่า 100 ล้านบาทจะเร่งรัดดำเนินการ โดยอยู่ระหว่างการปรึกษาว่าจะออกเป็นประกาศของ กสทช. ให้คล้ายกับเงินรางวัลของกองสลากคือ หากไม่มารับเงินพายในเวลาที่กำหนดจะถือเป็นรายได้ส่งให้รัฐคืน
6.การแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชน วิทยุเสียงธรรมขณะนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อสรุปแนวทางแก้ปัญหาภายใน 90 วัน
7. การจัดการเลขหมายที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งเดิมจะต้องคืนเลขหมายเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 10,000 เลขหมาย แต่ขณะนี้จะพิจารณาให้ไม่จำเป็นต้องครบ 10,000 เลขหมายก็สามารถคืนได้ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจจะต้องเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์เป็น 11 หลัก ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนกว่าหลายพันล้านบาท ปัจจุบันมีการจัดสรรหมายเลขโทรศัพท์ 200 เลขหมาย ใช้งานจริงเพียง 100 ล้านเลขหมาย
และสุดท้าย เรื่องที่จะต้องเร่งรัดขณะนี้คือเรื่องของความโปร่งใส การดำเนินงานของกสทช. ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการออกใบอนุญาติ และกระบวนการต่างๆจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยกสทช. จะมีการตั้งตู้รับฟังความคิดเห็นและรับข้อร้องเรียนของประชาชน เพื่อจะนำมาพิจารณาและแก้ไขปัญหาต่อไป
ส่วนกรณีที่ True Vision ไม่เรียงช่องทีวีดิจิทัลตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ขณะนี้ยังไม่ได้มีการสอบถามเหตุผลไปยังทรูว่าเพราะอะไร แต่ที่เข้าใจคือ ทรูคงไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว จึงคาดว่าทรูน่าจะนำเอาคำสั่งที่ศาลปกครองกลางได้ออกบังคับไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไปอีก ซึ่งจะต้องรอฟังคำสั่งจากศาลปกครองสูงสุดอีกครั้ง แต่ถ้าหาก ไม่มีคำสั่งใดๆออกมา ทรูจะต้องนำเงินค่าปรับเป็นจำนวนวันละ 20,000 บาท มาชำระตามข้อบังคับ


ข่าวล่าสุด