นางสาวปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กล่าวถึงกรณีที่ กทม.จัดประดับไฟแอลอีดี บริเวณลานคนเมือง โดยใช้งบประมาณ 39 ล้านบาท ว่า งบที่ กทม. ใช้จัดประดับไฟ เป็นงบประมาณจัดสรรในกรณีพิเศษตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ประจำปี 2559 ไม่ได้เป็นงบฉุกเฉินตามที่เป็นข่าว
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กทม. ให้ผู้รับจ้างเข้ามาทำงาน ก่อนจะมีการลงนามสัญญานั้น เป็นเพียงการแจ้งว่า กทม. ได้เลือกผู้รับจ้างรายนี้แล้ว ซึ่งผู้รับจ้างสามารถเข้ามาเคลียร์พื้นที่ได้ เมื่อลงนามสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจึงสามารถลงมือปฏิบัติได้ ซึ่งทุกอย่างทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ไม่มีใครฆ่าตัวตาย โดยการลงนามในสัญญาจ้างในภายหลังอย่างแน่นอน
ส่วนการเลื่อนวันลงนามในสัญญา จากวันที่ 22 ธ.ค. เป็นวันที่ 17 ธ.ค. เนื่องจากเกรงว่าจะดำเนินการไม่เสร็จ ก่อนวันปีใหม่ ซึ่ง กทม.ต้องการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกัน ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป
นางสาวปราณี กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้าตรวจสอบกระบวนการและขั้นตอนการประกวดราคาแล้ว ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการอย่างโปร่งใส่ ตรวจสอบได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม. คิดที่จะจัดประดับไฟมานานแล้ว แต่เนื่องจากเวลาและสถานการณ์ยังไม่เหมาะสม ซึ่งการจัดประดับไฟจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ยืนยันว่าการจัดงานดังกล่าวมีความคุ้มค่าเพราะเมื่อมีการจัดกิจกรรมรื่นเริง จะทำให้โปรไฟล์ของประเทศไทยดีขึ้น ซึ่งจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตามอยากให้ใจกว้างมองการจัดงานประดับไฟให้เป็นธรรม มองให้เป็นบวก
ด้านนายธวัชชัย จันทร์งาม กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว กล่าวว่า สตง. สามารถเข้าไปดูในระบบระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ที่มีการเปิดเผยของกระทรวงการคลัง (ก.คลัง) ได้ ซึ่งขณะนี้ สตง.ยังไม่ได้ติดต่อขอเอกสารจาก กทม. แต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น โดย กทม. ได้ชี้แจงไปแล้ว ขณะเดียวกัน กทม. ได้เตรียมเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมในการชี้แจงด้วย
ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีที่ สตง.แจ้งว่าพบข้อพิรุธเบื้องต้น 3 ประการ คือ 1. การใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์ 2. การเร่งรัดดำเนินโครงการผิดวิสัย และ 3. ลักษณะสัญญาเป็นการเช่าโชว์ไม่ใช่การจัดซื้อ ว่า งบประมาณดังกล่าวเป็นงบประมาณจัดสรรในกรณีพิเศษตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ประจำปี 2559 ตามร่างข้อบัญญัติที่ไม่ครอบคลุม 4 หมวด ซึ่งให้ผู้ว่าฯ กทม.ใช้ได้ปีละ 300 ล้านบาท
ส่วนสาเหตุที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะต้องการให้ทันปีใหม่ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวเป็นการเช่า หากจะจัดซื้อต้องใช้งบประมาณ ถึง 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ จะแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว เวลา 15.00 น.
ขณะที่นางบุษกร คงอุดม เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีสื่อนำเสนอข่าวด้วยการอ้างว่าผู้ว่าฯ กทม.ใช้ถ้อยคำว่าไปดูให้เห็นก็ถือเป็นบุญตาแล้ว ว่า ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้พูดคำนี้ เพียงแต่พูดว่าผมเกิดมาจนอายุขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นอะไรสวยขนาดนี้เลย ถือว่าเป็นบุญตาของผมแล้ว อย่างไรก็ตามยืนยันว่าผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้พูดแบบนั้นแน่นอน แต่มีการไปตัดต่อกันเอง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า พรุ่งนี้ครับ