เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลฎีกาพิพากษากลับจำคุก 204 กระทง 1,020 ปี “อดีตผช.กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี ” ยักยอกทรัพย์

29 ธ.ค. 2558 | nation_ent

ศาลฎีกาพิพากษากลับจำคุก 204 กระทง 1,020 ปี “อดีตผช.กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี ” ยักยอกทรัพย์

ศาลฎีกาพิพากษากลับจำคุก 204 กระทง 1,020 ปี อดีตผช.กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี ยักยอกทรัพย์ อนุมัติสินเชื่อวงเงินเกิน 30ล้านบาทไม่ผ่านบอร์ดธนาคาร แต่สุดท้ายจำคุกตามกฎหมายสูงสุด20ปี ขณะที่ศาลสั่งชดใช้เงินคืนบีบีซีด้วยกว่า 1.8 พันล้าน

ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก --29 ธ.ค.58 --เวลา 14.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาฎีกาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซีหมายเลขดำที่10764/2542ที่พนักงานอัยการเศรษฐกิจและทรัพยากร1 และบีบีซี ร่วมเป็นโจทก์ที่1-2ยื่นฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี ( เสียชีวิตแล้ว เดือน ต.ค.55) และนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วย กก.ผจก.ใหญ่ เป็นจำเลยที่1-2ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดทรัพย์ พ.ศ.2535จากกรณีเมื่อปี2538จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้บัตรพิเศษผ่านรายการ0109 J (บัตรอิเล็กทรอนิกส์ใช้อนุมัติวงเงินสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์) อนุมัติสินเชื่อให้บุคคลและนิติบุคคลต่างๆ ในวงเงินเกิน30ล้านบาท ซึ่งฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้ต้องเสนอการอนุมัติวงเงินสินเชื่อ30ล้านบาทขึ้นไปคณะกรรมการบริหาร หรือคณะกรรมการ (บอร์ด) บีบีซี หรือคณะกรรมการอนุมัติสินเชื่อเพื่อพิจารณากลั่นกรองและต้องทำรายงานส่งกลับ ธปท.
 โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.50 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอบ่งชี้ได้ว่าจำเลยที่1และ2เกี่ยวข้องกับใช้บัตรพิเศษผ่านรายการ0109 Jอนุมัติสินเชื่อ เพื่อเบียดบังทรัพย์สินของบีบีซีไปเป็นของตนเอง และการกระทำของจำเลยทั้งสองสร้างความเสียหายให้กับโจทก์ร่วมแต่อย่างใด หรือแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาที่จะกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน จำเลยทั้งสองจึงยังไม่มีความผิดตามฟ้อง
 ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 ก.ย.56 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องนายเอกชัย จำเลยที่2ส่วนนายเกริกเกียรติ จำเลยที่1ศาลได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากจำเลยเสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่20ต.ค.55ด้วยโรคมะเร็งในปอดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ขณะมีอายุ63ปี
 ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นฎีกา เพื่อขอให้ศาลพิพากษาแก้ลงโทษจำเลย
 ทั้งนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือโดยละเอียดแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ รับฟังได้ว่า นายเอกชัย จำเลยที่2ใช้บัตรอนุมัติสินเชื่อให้แก่บริษัทที่มาขอกู้เงินโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่น่าเชื่อถือ มีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์สินของธนาคาร บีบีซี.ไป ที่ศาลล่างทั้งสอง พิพากษายกฟ้องจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

จึงพิพากษากลับให้จำคุก นายเอกชัย จำเลยที่ 2 รวม 204 กระทงๆละ 5 ปี จำคุกทั้งสิ้น1,020 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกความผิดตามกฎหมายแล้วให้จำคุกนายเอกชัย จำเลยที่2ไว้20ปีและให้จำเลย ชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทน จำนวน 1,854,201,794.75บาท แก่ธนาคารฯบีบีซี. ผู้เสียหายด้วย
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ศาลได้เบิกตัว นายเอกชัย จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งนายเอกชัย ร่วมกับนายเกริกเกียรติ อดีตผจก.ใหญ่ บีบีซี ยักยอกทรัพย์หลายคดี

ข่าวล่าสุด