เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจแจงคดีเกาะเต่า ทำงาน "โปร่งใส"

27 ธ.ค. 2558 | lastman

ตำรวจแจงคดีเกาะเต่า ทำงาน "โปร่งใส"

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวยืนยันการทำงานของ ตร. คดีเกาะเต่า มีการตรวจพิสูจน์มีขั้นตอนสากล ชัดเจน โปร่งใส เผยเก็บตัวอย่าง DNA กว่า 360 คน วงจรปิดไม่น้อยกว่า 400 ตัว จอบ ก้นบุหรี่ ตรวจ DNA ตั้งต้น และเก็บตัวอย่างผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบทั้งหมด มีคนบางกลุ่ม พยายามปลุกปั่น อาจจะลุกลามไปเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เนชั่น ทีวี สดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยทีมสืบสวนสอบสวน ทีมพิสูจน์หลักฐาน ทีมแพทย์นิติเวช และทีมต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงและยืนยันว่า การสืบสวนสอบสวนคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานและโปร่งใส
การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสวนคดีเกาะเต่านั้น ขอยืนยันว่าทำด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะการทำงานเริ่มตั้งแต่การสอบสวน ก็มีการถ่วงดุลกับศาลอยู่แล้ว ตำรวจไม่สามารถทำตามใจได้ เนื่องจากมีกระบวนการยุติธรรมในการถ่วงดุล ส่วนกรณีที่กลุ่มประท้วงชาวพม่าเรียกร้องให้รื้อคดีนั้น เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะคดีสิ้นสุดที่ศาลแล้ว แต่ก็สามารถทำได้ภายใน 30 วัน โดยส่วนตัวไม่มีความกังวลต่อเรื่องนี้ เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ หรือเครื่องมือในการสร้างวุ่นวาย โฆษกตำรวจ ย้ำ
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย ที่ผ่านมามีกว่า 120 คดี และช่วงไตรมาสที่ผ่านมา มีการก่อเหตุลักษณะเดียวกัน 26 ครั้ง แต่วันนี้มีการออกมาเรียกร้องให้รื้อคดี และไม่พอใจคำตัดสินของศาล ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์อะไร ซึ่งจะให้ตรวจสอบว่า การออกมาเรียกร้องดังกล่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน กล่าวว่า นอกจากดีเอ็นเอของ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าที่ตรงกับผู้ตาย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนสอบสวนแล้วยังมีพยานบุคคล หลักฐานอื่นๆ ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนกระทั่งส่งสำนวนไปถึงพนักงานอัยการให้พิจารณา และพนักงานอัยการได้ให้กลับมาสอบและส่งสำนวนเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ขอยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความละเอียด รอบคอบ ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการซ้อมและทรมานผู้ต้องหานั้น ไม่เป็นความจริง มีการตรวจร่างกายจากแพทย์ โดยสามารถยืนยันได้ ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องล่ามแปลภาษาพม่า ที่มีกระแสข่าวว่า ใช้ล่ามซึ่งเป็นคู่กรณีของผู้ต้องหามาก่อนนั้น ยืนยันเช่นเดียวกันว่า ไม่ใช่เรื่องจริง กระแสข่าวต่างๆ นานา เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนบางส่วน เกิดข้อสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข่าวล่าสุด