เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทย-กัมพูชา ลงนามเอกสาร 5 ฉบับ

19 ธ.ค. 2558 | wanchat

ไทย-กัมพูชา ลงนามเอกสาร 5 ฉบับ

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา แถลงความร่วมมือ เป็นไปอย่างชื่นมื่น ด้วยการลงนาม ความร่วมมือ 5 ฉบับ โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงว่าในปี 2563 จะเพิ่มมูลค่าค้าขายระหว่างกันเป็น จำนวน 1.5 หมื่นล้านดอลล่าสหรัฐ โดยที่กัมพูชาจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างกันมากขึ้น อาทิ การเพิ่มด่านชายแดน และการทำเส้นทางรถไฟระหว่างกัน ซึ่งไทยจะเป็นผู้สนับสนุนการสร้างสะพาน

19 ธ.ค. 2558 - เปิดผลประชุมครม.ร่วมไทย-กัมพูชาครั้งที่2 การหารือและเห็นตรงกัน7ด้าน เสริมการลาดตระเวนร่วม พร้อมตั้ง โรงพยาบาลพี่-น้อง ตามแนวชายแดน และเปิดแคมเปญท่องเที่ยว สองราชอาณาจักร หนึ่งจุดหมายปลายทาง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยผลการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการไทย-กัมพูชาครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายเห็นชอบมาตรการเพื่อทำให้ประเด็นความร่วมมือเกิดผลสำเร็จ โดยเห็นตรงกันทั้งสองฝ่ายใน 7 ด้านด้านความมั่นคง สองฝ่ายเห็นชอบที่จะเร่งรัดให้เริ่มมีการลาดตระเวนแบบมีการประสานงานตามบริเวณแนวชายแดนของทั้งสองประเทศเพื่อปราบปรามการลักลอบตัดไม้และส่งเสริมความร่วมมือในด้านการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านความเชื่อมโยง ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะพัฒนาการขนส่งทางถนน การเดินเรือชายฝั่ง และการบริการขนส่งทางรถไฟ การบริการเดินรถไฟระหว่างกรุงเทพ และกรุงพนมเปญ ให้เริ่มมีการดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2559 ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบที่จะเร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติมอีกสองแห่งในจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดบันเตียเมียนเจย ที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท และบ้านป่าไร่-โอเนียง เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าและส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของทั้งสองฝ่ายบริเวณชายแดนระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดสระแก้วกับจังหวัดบันเตียเมียนเจย และเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดตราดและจังหวัดเกาะกง โดยผ่านสาธารณูปโภคเชื่อมโยงขั้นพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของประชาชนและแรงงาน นพื้นที่ การอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง และการใช้ประโยชน์ร่วมจากบริการน้ำประปา ไฟฟ้าและโทรศัพท์ ซึ่งจุดผ่านแดนถาวรและเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะทำให้พื้นที่ชายแดนเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและฐานการผลิตที่สำคัญ รวมทั้งเชื่อมทวาย ประเทศเมียนมา กรุงเทพ กรุงพนมเปญ และนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง

ด้านการค้าการลงทุน นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเห็นชอบที่จะเพิ่มปริมาณการค้าทวิภาคีระหว่างกันเป็น 3 เท่า ของปริมาณการค้าในปัจจุบันภายในปี 2563 ทั้งสองฝ่ายจะใช้การตรวจปล่อยสินค้าแบบ Single Window Inspection และพื้นที่ควบคุมร่วมกัน ณ จุดผ่านแดนถาวรหลักของทั้งสองประเทศและจะเจรจาความตกลงเพื่อการเว้นกราเก็บภาษีซ้อนระหว่างกันให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการค้าการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการค้าชายแดน

ด้านการเกษตร ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะจัดการประชุมคณะทำงานร่วมมือด้านการเกษตรเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรในโอกาสแรกต่อไป โดยฝ่ายไทยจะสนับสนุนด้านวิชาการในลักษณะ Project-based เป็นระยะเวลาสามปีข้างหน้า

ด้านการสาธารณสุข ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มพูนความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามบริเวณชายแดน ซึ่งจะรวมถึงการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยข้ามชายแดนให้มีความเรียบง่าย และการจัดตั้ง โรงพยาบาลพี่-น้อง ตามแนวชายแดน โดยฝ่ายไทยจะสนับสนุนด้านวิชาการเพื่อช่วพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านการแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขของกัมพูชา

ด้านแรงงาน ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานและข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน และสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงเหล่านี้อย่างครบถ้วนโดยเร็วที่สุด ฝ่ายไทยจะสานต่อการสนับสนุน ด้านวิชาการเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวชายแดนและจัดการฝึกอบรมที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานปูนพนม กรุงพนมเปญ ความร่วมมือนี้จะส่งเสริมความร่วมมือและการคุ้มครองด้านแรงงาน ตลอดจน ความพยายามในการขจัด การค้ามนุษย์และการเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว สองราชอาณาจักร หนึ่งจุดหมาย ปลายทาง หรือ Two Kingdoms , One Destination ต่อไป เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งสอง อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกและอุทยานประวัติศาสตร์ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างไทย กัมพูชา และเวียดนาม

และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดการประชุมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการครั้งต่อไป ที่ราชอาณาจักรกัมพูชา ตามวันที่ทั้งสองฝ่ายสะดวก โดยจะดำเนินการแจ้งวันและสถานที่ผ่านช่องทางทางการทูตต่อไป

ข่าวล่าสุด