พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-กัมพูชา อย่างไม่เป็นทางการ ระหว่าง นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน เซน เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการเยือนประเทศไทยครั้งที่สองในรอบ15 ปี เพื่อเป็นการกระชับความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง โดยในวันแรกจะเป็นการประชุมหารือระดับทวิภาคี กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี
และในวันเดียวกันสมเด็จฮุน เซน จะประชุมหารือกับนักธุรกิจไทยและกัมพูชา ทั้งคณะ และในวันที่สองจะเป็นประชุมครม.ร่วมกัน โดยจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจสำคัญ 4 ฉบับ
หลังจากที่ประชุม ครม. รับทราบ เรื่อง ขอความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก สะพานข้ามพรมแดนและถนนเชื่อมโยง ณ จุดผ่านแดนบ้านหนองเอี่ยน สตึงบท และ เห็นชอบ เรื่อง ขออนุมัติลงนามในร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย กัมพูชา ครั้งที่ 2
สาระสำคัญของร่างแถลงการณ์ร่วมฯ เป็นการระบุข้อริเริ่ม ประเด็นผลักดันและแนวทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับกัมพูชา โดย กต. ได้จัดประชุมส่วนราชการที่เกี่นยวข้องเพื่อพิจารณาความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำร่างแถลงการณ์ ซึ่งประกอบด้วย 1. ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง 2. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ 3. ความร่วมมือด้านสังคม วัฒนธรรม และการศึกษา รวมถึง การจัดตั้งกลไกต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว
นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบ เรื่อง (บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ (ร่าง) ข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน (Agreement) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ อนุมัติให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานเป็นผู้ลงนามของผู้แทนฝ่ายไทยในการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) และข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน (Agreement)ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งกัมพูชา
อีกทั้ง ครม.เห็นชอบ ร่าง MOU และ ร่าง Agreement ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มีสาระสำคัญดังนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับเดิม ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2546 ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเหตุการณ์ ในปัจจุบัน อำนวยความสะดวกในการจ้างแรงงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส คำนึงถึงสิทธิของแรงงาน และขจัดปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน