ประมูลคลื่น 900 ทะลุแสนล้าน

เข้าสู่วันที่ 3 ของการประมูล 4 G คลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ การประมูลยังคงดำเนินต่อไปจนราคาประมูลทั้งสองใบอนุญาตทะลุ 100,000 ล้านบาท
ข่าว
ขณะที่ เลขาธิการ กสทช. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ บอกว่า แม้การประมูล 4G คลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ ยังไม่จบ แต่เมื่อนำราคาปัจจุบันรวมกับราคาประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ เบื้องต้นประเมินว่าจะมีเงินนำส่งให้รัฐราว 1 แสน 8 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มั่นใจว่าเศรษฐกิจของไทยในปีหน้าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการลงทุนของภาคโทรคมนาคมนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า การประมูล4G คลื่น 900MHz ยังไม่จบ แต่เมื่อนำราคาปัจจุบันรวมกับราคาประมูลคลื่น 1800 MHz ประเมินเบื้องต้นว่าจะมีเงินนำส่งให้รัฐราว 1.8 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจของไทยในปีหน้าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการลงทุนของภาคโทรคมนาคม
ทั้งนี้ จากการประมูลคลื่น 4G ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งเห็นได้จากนักลงทุนสิงคโปร์ที่ถือหุ้นใน ADVANC มีการทุ่มเม็ดเงินในการประมูลคลื่น 4G ขณะที่ DTAC มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวนอร์เวย์มีการทุ่มเงินประมูลเช่นกัน TRUE มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีนทุ่มเม็ดเงินการประมูลเช่นกัน ส่วน JAS มีพันธมิตรเป็นเกาหลีนั้นทุ่มเงินการประมูลครั้งนี้เช่นกัน
"แม้ราคาประมูล 4G จะมีราคาที่สูง แต่ยังไม่น่ากังวลเพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายได้มีการคิดเรื่องต้นทุนที่จะให้บริการ 4G มาแล้ว จึงมีการเคาะราคาประมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขารู้ต้นทุนของตัวเองว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ และการคำนวณต้นทุนการประมูล 4G นั้น มีความแม่นยำกว่าการคิดต้นทุนของทีวีดิจิตอล เพราะรายได้มาจากผู้ใช้บริการโดยตรงไม่ได้มาจากรายได้จากการโฆษณาเหมือนทีวีดิจิตอลที่มีความไม่แน่นอน" นายฐากร กล่าว
พล.อ.อ ธเนศ ปุณศรี ประธานกสทช. กล่าวว่า ราคาประมูลใบอนุญาต 4G คลื่น 900 MHz ปัจจุบันราคาใบอนุญาต 2 ใบทะลุ 1 แสนล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากสทช.ดำเนินการมาถูกทางแล้วที่มีการเปลี่ยนผ่านจากการจ่ายค่าสัมปทานเป็นใบอนุญาต ซึ่งทำให้ประเทศได้ผลประโยชน์เต็มที่ ซึ่งกสทช.จะดำเนินการอย่างไม่หยุดยิ่ง เพื่อทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้ผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งทางกสทช.ได้มีการคิดและพิจารณาอย่างรอบคอบที่จะดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการผลักภาระสู่ผู้บริโภค
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ทั้งนี้หากการจัดสรรคลื่นความถี่ในการประมูล 4G ครั้งนี้สำเร็จจะทำให้ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน แซงประเทศสิงคโปร์ในปี 2563 หรือ 5 ปีข้างหน้าในเรื่องความก้าวหน้าและการพัฒนาทางด้านไอซีที (ICT Development) จากปัจจุบันที่ไทยอยู่อันดับ 3 ของอาเซียน และคาดว่าในปี 2560 จะเพิ่มมาอยู่ที่อันดับ 2
การที่ผู้ประกอบการทั้ง 4 รายแข่งขันเคาะราคาประมูลใบอนุญาต 4G อย่างต่อเนื่อง แม้ราคาปัจจุบัน 2 ใบอนุญาตรวมกันจะทะลุ 1 แสนล้านบาทแล้วก็ตาม เพราะผู้ประกอบการทุกรายต้องการที่จะได้คลื่นเพิ่มเพื่อเตรียมไว้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนถ่ายเป็น 5G ในปี 2563 หรือ 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งในเชิงเทคนิคแล้วผู้บริการแต่ละข่ายควรที่จะมีคลื่นในมืออย่างน้อย 50 MHz ซึ่งหากน้อยกว่านั้นจะทำให้มีปัญหาในด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆมีความต้องการที่จะได้คลื่นที่เพิ่มขึ้นในการประมูลคลื่น 900 MHzเพราะคลื่นความถี่นั้นเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และใบอนุญาตมีระยะเวลานานอย่างน้อย 15 ปี หากไม่ได้คลื่นวันนี้จะลำบากในอนาคต เพราะจะประมูลอีกครั้งในปี 2561 ที่สัมปทานคลื่น 1800 MHz ของดีแทคจะหมดอายุและจะนำกลับมาประมูลใหม่ และในอนาคตจะมีคลื่น 2600 MHz และคลื่น 700 MHz กลับมาประมูลอีก ทั้งนี้หากการประมูลคลื่น