ขบวนพระอิสริยยศ ประกอบด้วย ขบวนทหาร ๓ เหล่าทัพ ๓ กองพัน มีธง ๓ ชาย นำริ้ว คู่แห่ กลองชนะ สังข์ แตร รถพระอ่านพระอภิธรรมนำ ราชรถทรงพระโกศพระศพ ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นคู่เคียง แวดล้อมด้วยเครื่องสูงแห่นำเป็นพระเกียรติยศตามราชประเพณี เมื่อขบวนแห่เชิญพระโกศพระศพเคลื่อนเข้าสู่พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส จะมีการเชิญพระโกศเวียนพระเมรุ แล้วเชิญพระลองในขึ้นประดิษฐานยังพระจิตกาธานบนพระเมรุ
จากนั้นในเวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชทานเพลิงพระศพฯ พร้อมถวายพัดรองที่ระลึกงานพระเมรุแด่สมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ ๑๕ รูป ที่สวดศราทธพรตคาถา จากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์พร้อมด้วยตู้สังเค็ดที่ระลึกงานพระเมรุ ก่อนลงจากพลับพลาอิศริยาภรณ์
เวลาต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุ พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) จากนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ต่างประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ และข้าราชการ ขึ้นถวายพระเพลิงต่อไป จากนั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ