เนชั่นทีวี

ข่าว

พิพากษา “ประหารชีวิต” “แกนนำแดง”เผาศาลากลางอุบลฯ ปี53 แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

15 ธ.ค. 2558 | nation_ent

พิพากษา “ประหารชีวิต” “แกนนำแดง”เผาศาลากลางอุบลฯ ปี53 แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

อุบลราชธานี - ศาลฎีกาพิพากษาตัดสินคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา แกนนำ นปช.อุบลราชธานี ในฐานเป็นผู้บงการให้มีการเผาศาลากลางจังหวัด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ได้รับโทษประหารชีวิต แต่ลดหย่อนให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต ขณะอีก 12 ราย มีการลดโทษและเพิ่มโทษตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ


เมื่อวันที่15 ธันวาคม 2558 ที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการพิพากษาตัดสินคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ซึ่งมีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีนี้จำนวน 21 คน แต่มีการยกฟ้องและอัยการโจทก์ไม่ติดใจยื่นฎีกาจำนวน 8 ราย คงเหลือผู้ต้องหาที่มาขึ้นศาลฟังคำตัดสินของศาลฎีกาวันนี้ จำนวน 13 คน
หลังศาลอ่านคำพิพากษา นายวัฒนา จันทศิลป์ ทนายจำเลย เปิดเผยว่า ศาลได้มีการกลับคำพิพากษาจำเลยเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย 1.นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือ อจ.ต้อย แกนนำ นปช.อุบลราชธานี จากเดิมจำคุก 1 ปี เป็นประหารชีวิต แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต
2.นายชัชวาลย์ ศรีจันดา ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต
3.นางอรอนงค์ บรรพชาติ จากจำคุก 2 ปี เป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน
4.นายลิขิต สุทธิพันธ์ จากจำคุก 2 ปี เป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน
5.นางสุมาลี ศรีจินดา 6.นายประดิษฐ์ บุญสุข7 .นายไชยา ดีแสง 8.นายพิสิษฐ์ บุตรอำคา ศาลฎีกายื่นตามศาลอุทธรณ์คือ จำคุก 2 ปีเช่นเดิม
9.จ.ส.อ.สมจิต สุทธิพันธ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง เป็นจำคุก 1 ปี
10.นางสาวปัทมา มูลนิล 11.นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ 12.นายสนอง เกตุสุวรรณ์ และ13.นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์ ซึ่งทั้ง 4 คน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา จำคุก 33 ปี 12 เดือน ศาลฎีกาพิพากษาลดให้เหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยลดโทษให้คนละ 8 เดือน
นายวัฒนา กล่าวว่า การอ่านคำพิพากษาลงโทษจำเลยบางรายที่เคยถูกยกฟ้อง หรือได้รับโทษไม่มาก เพราะศาลฎีกา เชื่อตามพยานหลักฐานและคำเบิกความของพยานว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยเฉพาะ นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ศาลเชื่อว่า เป็นผู้บงการให้มีการเผาศาลากลางจังหวัด ตามที่อัยการยื่นฟ้องจริง
หลังศาลมีคำพิพากษา ทางเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำได้มาารับตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังตามคำพิพากษาที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานีในช่วงเย็นวันเดียวกัน มีเพียง จ.ส.อ.สมจิตร สุทธิพันธ์ ที่จะได้รับการปล่อยตัว เพราะได้ถูกคุมขังมาเกินกว่าโทษที่ศาลได้ตัดสินแล้ว

ข่าวล่าสุด