ศธ.พบพิรุธแบงก์ปิดบัญชี สกสค. 2.1 พันล้าน
10 ธ.ค. 2558 | lastman

ศธ.พบพิรุธธนาคารให้ปิดบัญชี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 2.1 พันล้านบาท เลขหนังสือมอบอำนาจซ้ำ 2 ฉบับและลายเซ็นกำกับไม่ถูกต้อง
ข่าว
10 ธ.ค. 2558 | lastman

ศธ.พบพิรุธธนาคารให้ปิดบัญชี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 2.1 พันล้านบาท เลขหนังสือมอบอำนาจซ้ำ 2 ฉบับและลายเซ็นกำกับไม่ถูกต้อง
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ บอกว่า ความคืบหน้าในการเจรจากับธนาคารแห่งหนึ่งให้คืนเงินให้ สกสค.2,100 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารแห่งนี้อนุมัติปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้กับธนาคาร
ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบให้คณะทำงานดำเนินการในเรื่องนี้ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการ ศธ.นั้น การอนุมัติปิดบัญชีของธนาคารดังกล่าวนั้น โดยหลักการแล้วต้องไปดูว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการปิดบัญชี และสถาบันการเงินรู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นเรื่องปกติ ธนาคารต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่าสามารถปิดบัญชีได้หรือไม่ได้
แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาทุจริตภายใน สกสค. บอกว่า กรณีของ สกสค.ผู้มีอำนาจเบิกถอนได้คือเลขาธิการ สกสค.ในขณะนั้น และการมอบอำนาจจะต้องระบุให้ชัดเจนว่ามอบอำนาจให้ไปปิดบัญชี มีลายเซ็นกำกับ มีพยานยืนยัน ไม่ใช่มีแค่หนังสือมอบอำนาจ ซึ่งเลขาธิการ สกสค.ในช่วงนั้น ได้ลงนามในหนังสือฉบับแรกให้เบิกถอนเงิน 2.1 พันล้านบาทจริง แต่ไม่ได้ระบุว่าโอนเงินให้ใคร
เมื่อธนาคารสอบถามมายัง สกสค.ทางรองเลขาธิการ สกสค.คนหนึ่งในขณะนั้นได้ระบุให้โอนเงินให้บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป โดยเซ็นกำกับเองในหนังสือฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นคนละวันกับที่ออกหนังสือฉบับแรก แต่เลขที่หนังสือกลับเป็นเลขที่เดียวกันทั้งที่เป็นเงินมากถึง 2.1 พันล้านบาท ดังนั้น การที่ธนาคารอนุมัติให้รองเลขาธิการ สกสค.ในขณะนั้นปิดบัญชีได้จึงไม่ถูกต้อง