เนชั่นทีวี

ข่าว

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร

05 ธ.ค. 2558 |

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร

ส่วนเนื้อกระทิงอีกบางส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการลักลอบเอาออกจากป่าทางอื่น เพราะกระทิงตัวที่ถูกสังหารหากรวมน้ำหนักทั้งหมดน่าจะหนักไม่ต่ำกว่า 700-800 กิโลกรัม


ภาพจากกล้องวงจรปิดที่รถตราโล่ของตำรวจสภ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เคลื่อนตัวมาจอดบริเวณไม้กั้นของด่านถาวรร่วมป่าไม้ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งอยู่ห่างจากปากทางเข้าเขื่อนจุฬาภรณ์แค่ 100 เมตรเท่านั้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้นายหนึ่งได้เดินเข้าไปที่รถพร้อมขออนุญาตตรวจค้นภายในรถ หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีก่อนหน้านี้ว่าจะมีการนำเอารถของหน่วยงานราชการขนสิ่งของผิดกฎหมาย โดยคาดว่าน่าจะเป็นเนื้อสัตว์ป่าออกจากบริเวณเขื่อนจุฬาภรณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจเข้มรถราชการทุกคันที่เข้าออกในเช้าวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา และไม่น่าเชื่อว่ารถที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้ารอคอยและจับตามองอยู่คันที่ว่าจะเป็นรถตำรวจคันนี้

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร


นาฬิกาในกล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ชัดเจนว่ารถตำรวจทะเบียน 28899 อีซูซุ คันนี้ได้วิ่งเข้าไปในเขื่อนจุฬาภรณ์ในเวลา 07.55 น.และออกมาในเวลา 08.30 น. และมาถูกจับกุมในเวลาเดียวกัน พร้อมกระสอบปุ๋ยบรรจุเนื้อสัตว์ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเปื้อนเบาะนั่งภายในรถเต็มไปหมด พร้อมกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั้งรถ โดยรถคันนี้มีดาบตำรวจมงคล บุญมาตุ่น อายุ 47 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.คอนสาร (ผบ.หมู่.จร.สภ.คอนสาร) อยู่บ้านเลขที่ 109/9 หมู่ 1 ต.ภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับมาและข้างๆกันพบนายปรีชา ปราบพาล  อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 7 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมินั่งอยู่ข้างๆ ตรวจสอบพบว่าภายในรถพบถุงบรรจุเนื้อส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว
ตอนแรกที่ผมเข้าไป ผมเข้าไปขออนุญาตตรวจค้นรถ เขาก็หมุนกระจกลง แล้วผมก็เลยเดินเข้าไป แล้วสายตาผมก็มองเข้าไปเห็นกระสอบปุ๋ยวางอยู่ข้างคนที่นั่งมากับดาบตำรวจด้านหน้า 1 กระสอบและมองไปข้างหลังเห็นวางอยู่บนเบาะแคปหลังเต็มไปหมดแถมวางอยู่ที่วางเท้าของแคปหลังอีกผมเลยตัดสินใจว่าน่าจะใช่รถคันที่เรารอคอยแต่นอน เลยตัดสินใจดึงกุญแจกรถออกและเชิญดาบตำรวจคนนั้นลงมาจากรถเสียงของประเสริฐ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวบอกเล่า ในวันที่เขาได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางเป็นเนื้อกระทิงชำแหละรวม 246 กิโลกรัม ส่งดำเนนิคดีกับตำรวจแล้ว

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร


เขามีปืนนะ ผมเห็นแล้วและตอนแรกไม่ได้ตกใจกลัว มารู้สึกกลัวตอนที่นึกได้ว่าเขามีปืนแต่เราไม่มีอะไรเลย พอเห็นว่าเขามีปืนผมก็บอกให้เขาเอากระสุนออก ตอนแรกเขาไม่ยอม จะเดินมาดึงกุญแจจากผมคืนแล้วบอกว่าขอคุยกับนายก่อน แต่สงสัยคุยไม่สำเร็จเพราะเห็นโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้ แต่ทางโน้นไม่ยอมคุยด้วยทำให้เขายอมอ่อนและเดินออกจากรถและให้เราควบคุมตัว ตอนนั้นหากเขาขัดขืนและยิงผมขึ้นมาก็คงตายไปอีกคนประเสริฐ เล่าต่อ ในห้วงเวลาที่เขาเพิ่งจะมีเวลาคิดถึงชีวิตตัวเอง หลังจากปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จแล้ว และก่อนหน้านี้เพื่อนป่าไม้ของเขา เพิ่งจะถูกพรานล่าไม้หอมยิงเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ตอนที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการใช้รถทางราชการขนเนื้อสัตว์ออกมาผมไม่คิดว่าเขาจะใช้รถตำรวจ แต่พอมีรถตำรวจวิ่งมาผมก็เลยเข้าไปขอตรวจค้นตามปกติ แต่ไม่คิดว่าจะใช่ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าพี่ดาบตำรวจแกคิดอะไรนะ ถึงได้กล้าเอารถตำรวจมาขนเอง หรือคิดว่าพอเป็นรถตำรวจแล้วเราจะเกรงใจไม่กล้าค้นหรือเปล่า แต่เราไม่รู้หรอกเพราะเราจับจ้องจะจับรถที่ได้รับแจ้งว่าเป็นรถของทางราชการแต่ไม่คิดว่าจะเป็นรถตำรวจคันนี้เท่านั้นประเสริฐเล่าต่อ พร้อมชี้ให้ดูรถตำรวจคันก่อเหตุที่ถูกยึดมาเป็นของกลางและจอดนิ่งอยู่หน้า สำนักงานศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ 2 (ปางม่วง) ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งรถคันนั้นยังมีคราบเลือดของกระทิงเคราะห์ร้ายเปื้อนอยู่เต็มเบาะหน้าและเบาะหลังแถมมีแมลงวันและหนอนเริ่มชอนไชเต็มไปหมดแล้ว
ก่อนรถคันนี้จะเข้ามาที่เขื่อนในตอนเช้า มีคนเห็นว่าดาบตำรวจคนนี้ได้ขับรถวนเวียนอยู่ในตัวอำเภอคอนสารเพื่อตระเวณซื้อกระสอบปุ๋ยและถุงดำ ก่อนจะขับรถเข้ามาที่เขื่อน โดยระยะทางจากตัวอำเภอคอนสารมาถึงเขื่อนประมาณ 41 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง เพราะเป็นทางขึ้นเขาและแคบ ซึ่งตรงกับเวลาที่สายข่าวรายงานมาทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า จะมีการลักลอบนำเอาเนื้อสัตว์ป่าออกจากป่าบริเวณจุดพรมน้ำดำ ซึ่งเป็นทับหาปลาของชาวประมงที่ทางเขื่อนจุฬาภรณ์ผ่อนผันให้ชาวบ้านหาปลาได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ล่าสัตว์หรือทำผิดกฎหมายโดยปัจจุบันมีทับหาปลาของชาวประมงรอบเขื่อนอยู่เกือบ 100 หลัง โดยมีลักษณะปลูกสร้างเป็นเพิงพักเอาไว้บังแดดฝนเพื่อหาปลาในเขื่อนจุฬาภรณ์ก่อนจะนำมาส่งขายต่อในตลาด เพียงแต่วันนี้มีชาวทับปลาบางคนทำผิดกติกาโดยลักลอบล่าสัตว์แทนการหาปลาอย่างที่เคย

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร


พอเขาทำผิดแบบนี้ คงจะปล่อยให้มีทับหาปลาเอาไว้ไม่ได้ เพราะการมีทับหาปลานั้นเป็นข้อตกลงร่วมกันของ ป่าไม้ เขื่อน และชาวบ้านว่าจะอนุโลมให้ชาวบ้านหาปลาได้ แต่ห้ามทำผิดกฎหมายด้วยการล่าสัตว์และตัดไม้ แต่พอทำอย่างนี้คงจะต้องยกเลิกทับหาปลาทั้งหมดไม่ให้มีอยู่ในพื้นที่เพราะไม่ไว้ใจกันอีกแล้ววิชานนท์ แสนมาลา ผช.หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวบอก หลังจากเกิดเหตุการณ์ชาวประมงล่าสัตว์ในพื้นที่ขึ้น และการที่เจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อว่า ชาวประมงในทับหาปลาเป็นผู้ร่วมกระบวนการล่าสัตว์ในพื้นที่ด้วย เพราะสามารถยึดเรือหาปลาของชาวประมง 2 คนที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเอาไว้แล้วคือ นายสุดใจ ดวงตาปา อายุ 55ปี อยู่บ้านเลขที่128 หมู7 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และ นายสมพร วรานัด อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่8 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งภายหลังที่ดาบตำรวจมงคล และนายปรีชา ถูกจับ แม้ด.ต.มงคลจะปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการฆ่ากระทิงดังกล่าวแต่เป็นเพียงผู้ไปขนเนื้อกระทิงออกจากป่าตามคำขอร้องของนายปรีชาเท่านั้น แต่หลังจากบ่ายวันที่ 3 ธันวาคม ที่นายสุดใจและนายสมพร 2 นายพรานทนแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหวจึงได้เข้ามอบตัวและได้รับสารภาพพร้อมซัดทอดไปถึง ทั้ง 2 คนว่าเป็นผู้ร่วมกระบวนการ
ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผมได้ร่วมกับนายสุดใจออกหาปลาอยู่ในบริเวณเขื่อนจุฬาภรณ์ จนไปพบฝูงวัวกระทิงป่าฝูงใหญ่ จำนวน นับ 10 ตัว ลงมาหากินหญ้าอ่อนและกินน้ำอยู่ริมเขื่อนเป็นประจำ จึงได้วางแผนและชวนนายสุดใจ ให้ไปช่วยกันทำกับดักและทำจุดซุ่มยิงอยู่ชายป่าริมน้ำหลังจากนั้นได้ช่วยกันถางหญ้าแห้งแล้วเผาหญ้าเพื่อให้หญ้าแตกใบอ่อนให้กระทิงมากิน จนถึงเย็นวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่เรากำลังซุ่มอยู่ริมน้ำได้เห็นฝูงกระทิงลงมากินหญ้าอ่อนและกินน้ำในยามเย็นพอดีจึงได้ใช้ปืนลูกซองยาว เบอร์12 ยิงใส่ฝูงวัวกระทิงถูกบริเวณสีข้างก่อนจะล้มฟุบตาย 1 ตัว หลังจากนั้นได้ช่วยกันชำแหละใส่ถุงปุ๋ย ก่อนที่จะโทรศัพท์ไปบอกให้คนมารับโดยขนเนื้อกระทิงบรรทุกในลำเรือ 2 ลำเอามาส่งให้รถดาบตำรวจมงคลนายสมพร รับสารภาพกับตำรวจในเย็นวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมาก่อนจะถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำดำเนินคดีต่อไปสำหรับขบวนการค้าสัตว์ป่าในพื้นที่นั้น แหล่งข่าวในอำเภอคอนสาร เปิดเผยว่า การล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ ทั้งที่เจ้าหน้าที่เห็นและจับกุมได้และไม่เห็นแล้วเล็ดลอดออกไป แต่ในพื้นที่ อ.คอนสารนั้นไม่มีร้านอาหารป่าที่รองรับเนื้อสัตว์ป่าแต่จะเป็นกลุ่มคนที่นิยมกินอาหารป่า ซึ่งมีทั้งข้าราชการ สังกัดต่างๆ ที่พอมีข่าวว่ามีการล่าสัตว์ป่าได้ก็จะมีการติดต่อซื้อขายกันเองในตลาดมืด

เส้นทางค้าเนื้อสัตว์ป่าภูเขียว สู่...จานนักเปิบพิสดาร


โดยล่าสุดกระทิงป่าตัวนี้มีการติดต่อซื้อขายกันเอาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะมีการชักชวนกันไปเอาเนื้อกระทิงออกจากป่า โดยหากเป็นชาวบ้านธรรมดากระทิงที่นำมาได้จะขายให้กิโลกรัมละ 300 บาท แต่หากเป็นข้าราชการ คนมีสีจะขายให้กิโลกรัมละ 400-500 บาท โดยพวกเขายอมจ่ายแพงเพราะถือว่าเป็นอาหารประเภทเปิบพิศดารหากินยาก ซึ่งดาบตำรวจมงคลที่ถูกจับนั้นเป็นคนเงียบๆ ไม่ได้มีพฤติกรรมส่อว่าเป็นพ่อค้าสัตว์ป่าแต่อย่างใด แต่ก็เข้าไปอยู่ร่วมในกระบวนการด้วยในฐานะคนชอบอาหารเปิบพิศดารเช่นกัน
ส่วนเนื้อกระทิงอีกบางส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการลักลอบเอาออกจากป่าทางอื่น เพราะกระทิงตัวที่ถูกสังหารหากรวมน้ำหนักทั้งหมดน่าจะหนักไม่ต่ำกว่า 700-800 กิโลกรัม ทำให้เนื้อที่ถูกชำแหละอีกบางส่วนอาจจะมีการลักลอบนำไปจำหน่ายเส้นทางอื่น ปลายทางอาจจะอยู่ที่ร้านอาหารป่าในพื้นที่ อ.น้ำหนาว หรือ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพราะมีพื้นที่ต่อเนื่องกันและในพื้นที่ขณะนี้หวั่นว่าคดีนี้จะล้ม เพราะคนถูกจับเป็นข้าราชการแถมคนที่ร่วมขบวนการก็เป็นลูกชายคนใหญ่โตในพื้นที่ แต่โชคดีหน่อยที่พอเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมผู้ต้องหาได้ ได้โทรศัพท์แจ้งนายอำเภอ ผู้ว่าฯและรายงานถึงอธิบดี แถมส่งไลน์ทั้งภาพของกลางและภาพผู้ต้องหาว่อนโซเชียลมีเดียไปหมด ทำให้งานนี้คงเคลียร์กันไม่ได้แน่ๆ
แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ เป็นที่รู้กันในหมู่คนมีสีว่า การลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าทั้งภูเขียวและน้ำหนาวยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นผืนป่าขนาดใหญ่และมีอาณาเขตติดต่อกัน เพียงแต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเห็นและจับได้หรือไม่เท่านั้น นอกจากนั้นยังมีพรานล่าไม้หอมที่มีบ้านพักอยู่รอบๆป่าเต็มไปหมด
ตราบใดที่ความต้องการซื้อยังมีอยู่ คนล่าก็พร้อมปฏิบัติการหากเงินถึงและสิ่งล่อใจถึง อยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะมีหูตามากพอที่จะสอดส่องได้หรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้น ของหวงห้ามจากป่าก็จะยังเป็นสิ่งหอมหวนให้พวกมอดไม้และพวกเปิบพิศดารลักลอบนำออกมาข้างนอกเพื่อทำเงินเข้ากระเป๋าตนเองอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด