เอริก ลีช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่า พิสทอเรียส นักวิ่งขาเทียม เจ้าของเหรียญทอง พาราลิมปิกเกมส์ กระทำความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรมโดยพบว่ามีเจตนาก่ออาชญากรรม จากเหตุการณ์ลั่นกระสุนสังหาร รีว่า สตีนแคมป์ แฟนสาวในคืนวันวาเลนไทน์ภายในบ้านพักของเขาเมื่อปี 2556
แต่พิสทอเรียสไม่ได้เข้ารับฟังคำตัดสินในศาล และศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษในภายหลัง ที่คาดว่าอาจทำให้เขาต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 15 ปี ซึ่งจะทำให้เขาต้องกลับไปรับโทษในเรือนจำอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้พิสทอเรียสถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกเพียง 5 ปีในข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา และรอดพ้นข้อหาฆาตกรรม แต่อัยการวิจารณ์คำตัดสินว่าไม่เหมาะสม จึงได้ยื่นอุทธรณ์คดี และหลังพิสทอเรียสรับโทษจำคุกได้เพียง 1 ปี ก็เพิ่งได้รับอนุญาตให้ถูกกักบริเวณในบ้านพักของลุงแทนเมื่อเดือน ต.ค.
พิสทอเรียสอ้างว่าเขาทำไปโดยเข้าใจผิดคิดว่าแฟนสาวเป็นผู้บุกรุก เขายิงปืนทะลุประตูห้องน้ำถึง 4 นัดทำให้เธอเสียชีวิต
แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ระบุว่า การยิงคนที่อยู่ในห้องน้ำ ยอมเล็งเห็นผลแล้วว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ จึงเห็นว่า พิสทอเรียสกระทำผิดจริงในข้อหาฆาตกรรม
ครอบครัวของพิสทอเรียส นักวิ่งฉายา"เบลดรันเนอร์" ไม่แสดงความเห็นใดๆต่อคำตัดสิน และนางจูน สตีนแคมป์ แม่ของผู้เสียชีวิตที่เข้าร่วมฟังคำตัดสิน ไม่แสดงความเห็นเช่นกัน ขณะที่แบร์รี สตีนแคมป์ พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสิน
แม้พิสทอเรียสยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ แต่ทนายบอกว่า เขาไม่มีเงินพอที่จะสู้คดีอีกแล้ว หลังจากใช้จ่ายไปจำนวนมากแล้วกับการสู้คดีในขณะนี้