เนชั่นทีวี

ข่าว

ตั้ง กก. สอบ ดต. ขนกระทิง

03 ธ.ค. 2558 |

ตั้ง กก. สอบ ดต. ขนกระทิง

จากกรณีที่ดาบตำรวจมงคล บุญมาตุ่น ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรคอนสาร จ.ชัยภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดและสามารถจับกุมได้บริเวณหน่วยรักษาป่า (ปางม่วง) หน้าหน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิขณะที่กำลังขับรถโล่ตำรวจ สภ.คอนสาร บรรทุกเนื้อกระทิงกว่า 200 กิโลกรัมนั้น

    ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 ธ.ค.58 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค3 พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่า จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวได้มีการนำรถยนต์ที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการขนเนื้อกระทิงจริง ตามที่ปรากฏในข่าว จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบเพียงว่า ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่กับชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ชาวบ้านและตำรวจอยู่กันอย่างแบบพี่แบบน้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยชาวบ้านได้แจ้งให้ช่วยนำรถไปขนของเพื่อที่จะได้นำมาแบ่งกัน ซึ่งตำรวจก็ไปช่วยโดยไม่รู้ว่าเป็นเนื้อกระทิง

   สำหรับเนื้อกระทิงที่ได้มานั้นเชื่อได้ว่ามีผู้ที่ไปฆ่ากระทิงตัวดังกล่าวและเอาแต่หัวกระทิงไป โดยได้ทิ้งเนื้อเอาไว้ ทำให้ชาวบ้านที่ไปพบเห็นจึงได้มีการนำเก็บมาเพื่อไปแจกจ่ายให้กับคนในหมูบ้านกิน และจากการตรวจสอบยังพบอีกว่าเนื้อกระทิงที่ได้มีการขนมานั้นไม่สามารถที่จะจำหน่ายได้ในราคาที่สูง แต่อย่างไรก็ตามได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้นได้มีการเร่งทำการสืบสวนเพื่อติดตามผู้ที่สังหารกระทิงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

  โดยได้สั่งการให้มีการตั้งคระกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ผู้กำกับ

สถานีตำรวจภูธรคอนสารเป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้มีการรายงานผลการตรวจสอบเข้ามาต่อเนื่อง แต่ไม่ได้มีการตั้งกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบเพียงแต่ให้อยู่ในกฎระเบียนที่ได้มีการกำหนดไว้คือ 30 วัน หรือ 60 วัน ยืนยันวจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกๆฝ่าย แต่หาการสออบสวนพบว่ามีพฤติการณ์ที่เป็นผู้ล่าสัตว์ป่าแล้วนำเนื้อไปขายนั้นมีความผิดร้ายแรงแน่นอน ซึ่งก็จะต้องมีการสอบสวนชาวบ้านในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.มงคล พิจารณาว่ามีความผิดร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดร้ายแรงก็จะต้องให้ออกจากราชการก่อน

    ทั้งนี้ อยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และทุกพื้นที่ว่าไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ ได้ระวังพฤติการณ์เช่นนี้ ที่อาจจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเครื่องมือในการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นตำรวจก็ต้องรู้จักมีการสังเกตว่าเรื่องใดควรไม่ควร ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้เน้นย้ำอยู่แล้วว่า ให้ตำรวจทุกนายปรับภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดีขึ้นและหากมีการกระทำเช่นนี้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดูไม่ดีในสายตาประชาชนได้

ข่าวล่าสุด