ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บอกว่า การเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ไม่ได้มีเป้าหมายทางการเมือง แต่เป็นเพียงการไปดูสถานที่จริงเพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามเรื่องนี้ รัฐบาลควรแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการเปิดกว้างให้สังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ไม่ใช่สกัดขัดขวางเหมือนที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ "ผมไม่เข้าใจเจตนาของการส่งกำลังทหาร 4 คันรถไปที่บ้านผมตั้งแต่ตีห้าของวันที่ 29 พ.ย. จากนั้นวางกำลังตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านเหมือนต้องการกักตัวผมไว้ไม่ให้เดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ได้ ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้สังคมคลางแคลงสงสัย ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติต้องทำแบบนี้ทำไม ผมยืนยันว่าจะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ตามกำหนดเดิม ไปทำหน้าที่คนไทยที่ต้องการความชัดเจนเรื่องการทุจริตในโครงการสำคัญ ไม่มีกิจกรรมทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น" นายณัฐวุฒิกล่าว
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการ มองไกล ผ่านเว็บไซต์ยูทูบว่า หลังจากที่ตนตกลงกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. จะร่วมเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์แล้ว ปรากฎว่าในเช้าวันที่ 29 พ.ย. มีทหารมาตรึงทางเข้า-ออกหมู่บ้านของตน ซึ่งแสดงถึงการสกัดหรือขัดขวางไม่ให้ไป แต่พวกตนจะเดินทางไปตามเดิม ถ้าไม่ไปแล้วจะยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลยิ่งขึ้น ดังนั้นทางที่ดี กองทัพควรร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพราะการทุจริตทุกอย่างนั้นเลวที่สุด การที่ตนและนายณัฐวุฒิต้องไปอุทยานราชภักดิ์นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องของตัวเอง เพราะประชาชน ไม่ว่าทหารหรืออาชีพใดก็ตาม ล้วนไม่สบายใจกรณีโครงการอุทยานราชภักดิ์ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรจะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
ก่อนหน้านี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี แกนนำกลุ่ม นปช. จะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ในวันที่ 30พ.ย. ว่า ที่จริงมีหลายโครงการสำคัญๆ ที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก แต่นายณัฐวุติ เลือกที่สนใจอยู่เฉพาะโครงการเดียว ซึ่งอาจถูกทำให้สังคมมองว่าไม่ค่อยเป็นปกติธรรมชาติ ทั้งๆที่ โครงการนี้ อยู่ในระหว่างการให้ความกระจ่างในข้อกังวลจากหลายๆส่วนอย่างเป็นทางการแล้ว