ชาวสวนแตงโมลดการใช้น้ำ ปรับตัวสู้ภัยแล้ง

ชาวสวนแตงโม ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถปลูกพืชได้ใช้ระบบน้ำหยด ลดการใช้น้ำ และยังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก 2-3 รอบ
ข่าว
สถานการณ์ภัยแล้ง ของจังหวัดสกลนคร แหล่งเก็บน้ำหลายแห่งมีน้ำต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชฤดูแล้ง ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถปลูกพืชได้ เช่นเดียวกับ นายเรืองชัย การุญ ชาวบ้านนาดี ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร ต้องออกมาหาเช่าที่ เพื่อปลูกแตงโม นอกเขตชลประทาน เนื่องจากธรรมชาติของการปลูกแตงโม ไม่สามารถปลูกซ้ำในพื้นที่เดิมได้ในปีเดียวกัน เพื่อเสี่ยงต่อการเกิดโรค
นายเรืองชัย ชาวสวนแตงโม บอกว่า โดยรอบใหม่นี้ ทำให้ตนเอง ต้องมาเช่าพื้นที่ ประมาณ 9ไร่ ริมถนนสายสกลนครกาฬสินธุ์ เขต ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร โดยรับเมล็ดพันธุ์จากนายทุนที่มาส่งเสริม ส่วนพันธุ์แตงโมที่ปลูก มีหลายชนิด อาทิ พันธุ์เหลืองรันรัน พันธุ์ศรีจันทร์ พันธุ์ซันย่า พันธุ์เสือพราน พันธุ์กินรี พันธุ์คิงออเรนจ์ และพันธุ์ไดแอนน่า เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จึงตัดสินใจลงทุนซื้ออุปกรณ์ เพื่อมาวางท่อ ทำระบบน้ำหยด เสริมกับระบบร่องน้ำ เป็นการวางแผนการใช้น้ำ ให้สามารถหล่อเลี้ยงต้นแตงโม จนสามารถเก็บผลหมดในช่วง 75 วัน และหากต้นแตงโม เติบโตสมบูรณ์ จะให้ผลผลิตถึง 4 ตัน ต่อไร่
ในระยะแรกที่แตงโมเริ่มติดผล เจ้าของสวน ได้หมั่นลงแปลงเพื่อเก็บผลทิ้ง ช่วยให้ไม่ต้องคอยรดน้ำทุกวัน สามารถปล่อยน้ำวันเว้นวัน เพื่อให้ต้นแตงโมต่อยอดเต็มที่ รอจนแตงโมติดผล รุ่นที่ 3-4 ถึงจะปล่อยให้ผลแตงโมเติบโตเต็มที่ จึงเริ่มเร่งน้ำและอาหารเสริม เลี้ยงให้แตงโมโต น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 3-4 กิโลกรัม เพื่อขายคัดเกรดเอให้กับนายทุน จะได้ราคากิโลกรัมละ 7-9 บาท ที่ส่งขายไปยังตลาดไท หลังจากเมื่อคัดเกรดส่งพ่อค้าแล้ว เจ้าของสวนจึงจะสามารถเก็บผลแตงโม ที่เหลือจะให้ผลไปอีก 2-3 รุ่น สามารถขายส่งได้กิโล กรัมละ 3-4 บาท
ซึ่งการปลูกแตงโม จึงเป็นอีกทางเลือกในการปลูกพืชฤดูแล้ง ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตร กร โดยไม่ต้องปลูกข้าวนาปรัง หรือพืชที่ใช้น้ำมาก แต่ถ้าเกษตรกรมีการวางแผนการใช้น้ำที่ดีซึ่งระบบท่อยังสามารถใช้งานได้อีก 2-3 รอบ ของการปลูกแตงโม ทำให้ยังคุ้มค่ากับการลงทุน ในช่วงที่ยังวิกฤติแล้งของหลายพื้นที่