หลังการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ทีมี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะประธานคณะทำงาน พร้อมด้วย พล.ท.สรรชัย อจลานนท์ เจ้ากรมกำลังพลกองทัพบก เจ้ากรมฝ่ายเสนาธิการกองทัพบก ผู้อำนวยการกองพระธรรมนูญทหารบก เพื่อสรุปผลการสอบสวนส่งให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ก่อนส่งผลสอบให้ รมว.กลาโหม และ นายกรัฐมนตรีตามขั้นตอน
พล.อ.วีรัณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ บอกว่า คณะกรรมการตรวจสอบเริ่มดำเนินการ 13 พ.ย. ตั้งแต่การคัดเลือกโรงหล่อ เงินบริจาค การปรับภูมิทัศน์ การจัดงาน "ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต" และการตรวจสอบเส้นทางการเงินบริจาค จึงเสร็จไม่ทันภายใน 1 สัปดาห์ แต่จะรายงานความคืบหน้าผลการตรวจสอบให้กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ทราบ ภายในวันที่ 20 พ.ย.
มีรายงานว่า ข้อมูลที่ได้ทั้งหมด จะต้องดูว่า เข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายอาญา และ เข้าข่ายการกระทำผิดวินัยทหารหรือไม่ เน้รประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการราชภักดิ์ โดยเฉพาะกรณีกองทัพบกถูกนำไปแอบอ้างจนได้รับความเสียหาย ส่วนบุคคลภายนอกไปแอบอ้าง ให้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการ
ในการประชุมหารือว่า กรณีนำกองทัพบกไปแอบอ้างเพื่อหาผลประโยชน์ กองทัพบกจะเป็นโจทย์ในการยื่นฟ้อง ส่วนการนำผู้บังคับบัญชาไปแอบอ้างเพื่อรับผลประโยชน์ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาคนนั้นว่าจะฟ้องหรือไม่ เช่นเดียวกับการนำโครงการหรือมูลนิธิฯไปอ้างรับผลประโยชน์ ก็ให้โครงการและมูลนิธิดำเนินการฟ้อง แต่ถ้าหากมีการนำสถาบันไปแอบอ้างเจ้าหน้าที่ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีในฐานกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ทันที
ผลตรวจสอบพบว่า ทำความผิดโดยมีการแอบอ้างจริง แต่ยังไม่ทราบว่าไปแอบอ้างในฐานะไหน จึงต้องเรียกเซียนพระ อักษรย่อ อ มาสอบถาม พร้อมเชิญผู้บริจาค ผู้ว่าจ้างมาให้ข้อมูล และขณะนี้สรุปได้ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จริง แต่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะภายหลังได้คืนเงินแล้ว แต่ก็ถือว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแม้โครงการก่อสร้าง จะมาจากเงินบริจาค ไม่ใช่เงินราชการ ก็ต้องให้เกิดความชัดเจน