ที่มาแอบอ้างเป็นเจ้าของควายที่หลอกขายให้กับพ่อค้าเร่ซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.สะแกซำ อ.เมืองจ.บุรีรัมย์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกลับไม่พบผู้ต้องสงสัยอยู่บ้านจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดชัยภูมิให้ช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่งเพราะทราบว่าบ้านภรรยาของผู้ต้องสงสัยอยู่ที่จ.ชัยภูมิ ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนก็ได้เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวมาสอบปากคำด้วย แต่หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะทำการออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไปซึ่งจากพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้าย น่าจะเข้าข่ายฉ้อโกง ประชาชน
ส่วนนายโท พ่อค้าที่ถูกหลอกให้ซื้อควายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้แจ้งข้อหาอะไรเพราะยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าวซึ่งต้องรอให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อนขณะที่นางเกิด ยายผู้เสียหาย ที่ถูกลักขโมยควายไปขายต่อ บอกว่าถึงแม้จะได้ควายทั้ง 4 ตัวกลับมาคืนคืนแล้วแต่ก็ยังรู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตนรักและผูกผันกับควายที่เลี้ยงช่วงนี้จึงยังไม่กล้านำควายออกไปผูกเลี้ยงตามทุ่งนาเหมือนเมื่อก่อนโดยจะผูกไว้ในคอกแล้วนำฟางมาให้กินอีกพักใหญ่
เพราะกลัวว่าจะถูกลักขโมยซ้ำอีก