เมื่อครั้งที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยกลาโหม และ ผบ.ทบ.ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 325/2557 ลงวันที่ 3 ต.ค.2557 เรื่องให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน 371 นาย ซึ่งเป็นนายทหารระดับพันเอกพิเศษ ที่ส่วนใหญ่เป็นระดับ ผู้บังคับการกรม ได้ปรับเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งการปรับย้ายครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นหน่วยคุมกำลังหลัก ที่เป็นกำลังในการดูแลพื้นที่ช่วงการชุมนุม กปปส. จนมาช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา
ที่น่าสนใจมีการขยับ ผู้การโจ้ หรือ พ.อ.คชาชาต บุญดี แกนนำเตรียมทหาร 27 จาก ผบ.กรม ทพ.36 มา เป็น ผบ.ป.1 รอ. คุมกำลังทหารปืนใหญ่ ในกรุงเทพ
ที่ผ่านมา พ.อ.คชาชาต เคยอยู่ ป.พัน 31 รอ. จ.ลพบุรี และเป็น ผบ.ร้อย RDF คนแรก ของเหล่าปืนใหญ่ ถือเป็นลูกหม้อ พล.1 รอ.ก่อนที่จะไปใช้ชีวิตนักรบที่เติบโตมาจากชายแดนภาคเหนือ ทั้งที่เป็นคนกรุงเทพ มีผลงานสำคัญในภาคเหนือ ต่อสู้กับผู้มีอิทธิพล นักการเมือง มาตลอด โดยเฉพาะการดูแลปัญหาลักลอบตัดไม้จึงชื่อว่าเป็น นักรบแห่งลุ่มน้ำสาละวิน ทำให้ พล.อ.อุดมเดช นำมาทำงานสำคัญ คุมกำลังกลางกรุง
ต่อมา 5 ตุลาคม มีคำสั่งกองทัพบก ที่ 582 /2558 เรื่องให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน ลงนามโดย พล.อ.ธีรชัย นาควาณิช ผบ.ทบ. จำนวน 271 นาย ออกคำสั่งเด้ง ผู้การโจ้ พ.อ.คชาชาต มือขวา พล.อ.อุดมเดช ที่เคยออกคำสั่งก่อนเกษียณ ให้เป็น รองผบ.มทบ.11 ให้กลับถิ่นเก่าไปเป็น ฝ่ายเสธ.กองทัพภาค3 จังหวัดพิษณุโลก