กระทรวงกลาโหม -- 26 ต.ค. -- ประวิตรฝากแกนนำแดงหยุดระดมคนให้กำลังใจ ปู 1 พ.ย. ชี้หากวุ่นวายต้องรับผิดชอบ ไม่ห้ามคนทั่วไปใส่เสื้อสีแดง วอนอย่ามารวมกลุ่ม บอก จตุพร ส่งหลักฐานหักหัวคิวโครงการหมู่บ้าน จวกอย่าพูดลอย ๆ ลั่นถ้าพบผิดไม่ละเว้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดใส่เสื้อแดงในวันที่ 1 พ.ย. 58 เพื่อให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า อยากขอร้องกลุ่มแกนนำว่าอย่าใส่เลย เพราะมันไม่มีประโยชน์ หากมีเรื่องเกิดขึ้นมาก็จะเกิดความวุ่นวายอีก ซึ่งตนฝากขอร้องผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย

"ประวิตร”ฝากแกนนำแดงหยุดระดมคนให้กำลังใจปู

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสมมติว่ามีการนัดใส่เสื้อแดงขึ้นมาจริงจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า หากมีการนัดใส่เสื้อแดง คนที่ทำและเป็นแกนนำต้องรับผิดชอบ เพราะมีกฎหมายในการดำเนินการอยู่ ยืนยันว่าทุกคนสามารถใส่เสื้อสีแดงได้ เนื่องจากทุกวันนี้การแบ่งแยกสีก็ไม่มีแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อไปใส่เสื้อสีแดงแล้วจะมารวมตัวกันนั้นทำไม่ได้ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลัวการแสดงออกของกลุ่มคนต่าง ๆ เพียงแต่ขอร้องว่าอย่าทำ เพราะใส่ไปก็เท่านั้น ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกระบุว่ามีการหักหัวคิว 20-30% ในโครงการกองทุนหมู่บ้าน 5 ล้านบาทของรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้นำหลักฐานมาแสดง เพื่อให้เกิดความชัดเจน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว แต่หากนายจตุพรมีหลักฐานก็ให้นำมา เพราะเราก็อยากรู้และอยากได้ด้วย อย่ากล่าวลอย ๆ เพราะมันไม่ดี ขอให้นำหลักฐานมาแสดงว่าใครเป็นคนทำอย่างไร หรือใครที่ได้เงินไป ขอให้นำรายชื่อมา ไม่มีการละเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น อยากจับคนผิดให้ได้ เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมโครงการดังกล่าวไม่ให้เกิดการทุจริต พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรามีมาตรการควบคุมการทุจริต และยังมีโครงการอื่น ๆ อีก โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ดูแลอยู่ ทั้งนี้ตนได้กำชับไปทั้งหมดแล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหาใด ๆ แต่ถ้ามีปัญหาขอให้นำหลักฐานมาแสดงว่าใคร ชื่ออะไร นำเงินไปดำเนินการอย่างไรกับโครงการใด มีทหารลงพื้นที่ไปดูแลโครงการดังกล่าวอยู่ด้วย เพื่อติดตามความคืบหน้าว่ามีการดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคสช.