เนชั่นทีวี

ข่าว

ยันม.เอแบคมี"อธิการบดี"คนเดียว ย้ำนศ. 3,000 คนได้รับปริญญาแน่นอน

30 ก.ย. 2558 |

ยันม.เอแบคมี"อธิการบดี"คนเดียว  ย้ำนศ. 3,000 คนได้รับปริญญาแน่นอน

ยัน "ม.เอแบค" มีอธิการบดี ภารดาบัญชา คนเดียว ชี้ต้นเหตุความขัดแย้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย เกิดจากโครงการเครื่องฝึกบินจำลอง ส่งผลอธิการบดีพ้นตำแหน่งโดยมิชอบด้วยกฏหมาย พร้อมแจงตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ไม่มีตำแหน่งรักษาการอธิการบดี ลั่น "ดร.สุทธิพร" พ้นสภาพการเป็นอาจารย์ม.เอแบคตั้งแต่ 31ก.ค. 58 ย้ำนศ. 3,000 คนได้รับปริญญาแน่นอน ด้านกรรมการสภาฯอีกฝั่ง จ่อเชิญ "คุณหญิงพจมาน"แจงกรณีเงินกู้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) หัวหมาก กทม. นายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงษ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเอแบค และกรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แถลงข่าวชี้แจงกรณีข้อขัดแย้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ว่า จุดเริ่มต้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องที่ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสนอขออนุมัติโครงการห้องปฎิบัติการเครื่องฝึกบินจำลองเสมือนจริงแบบแอร์บัส เอ 320 และทางสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและมีความประสงค์จะซื้อเครื่องบินฝึกจำลองเสมือนจริงดังกล่าว โดยเป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท ให้ภารดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี เป็นผู้หุ้น และเกิดข้อท้วงติงในการดำเนินการส่อไปในทางทุจริต จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว พบว่า ไม่มีการทุจริตแต่ดร.สุทธิพร และกรรมการสภามหาวิทยาลัยบางท่าน กลับต้องการให้คณะกรรมการถอดถอนอธิการบดี โดยขอตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิการบดี สั่งให้พักงานอธิการบดีก่อน ซึ่งในการสั่งพักงานอธิการบดีไม่สามารถกระทำได้โดยมาตรา 98 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ระบุชัดว่า การพักงานอธิการบดีได้ต้องเป็นการร้องขอจากกรรมการสอบสวนมายังคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันยังไม่มีการร้องขอมาที่สภามหาวิทยาลัย การพักงานภราดาบัญชา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถือว่ายังคงตำแหน่งอธิการบดีม.เอแบคตามเดิมทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ภราดาบัญชา จึงมอบให้ ดร.กมล กิจสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาม.เอแบค เป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี

ยันม.เอแบคมี"อธิการบดี"คนเดียว  ย้ำนศ. 3,000 คนได้รับปริญญาแน่นอน

นอกจากนั้น สำหรับ เรื่องงบดุล ปี 2557 ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสามารถนำมาใช้ในการถอดถอนอธิการบดี เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้าอธิการบดีไม่สามารถส่งงบภายในวันที่ 30 กันยายน อธิการบดีจะมีความผิดตามมาตรา 96 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2550โดยจะถูกถอดถอน และถูกปรับเป็นเงิน 1 แสนบาท ดังนั้น การประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 มีวาระการรับรองเรื่องงบการเงินของมหาวิทยาลัย แต่มีกรรมการสภาฯ บางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่ครบองค์ประชุมและไม่สามารถพิจารณาดังกล่าว แต่ทางมหาวิทยาลัยได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและได้ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหา จึงทำให้ ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ส่งส่งเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมาแล้วที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เอแบค กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการอนุมัติใบปริญญาบัตร สำหรับนักศึกษา ปีการศึกษา 2557 จำนวนกว่า 3,000 คน ขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน ภารดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ได้ทำหนังสือเวียนไปยังกรรมการสภาฯ ทุกคนแล้ว เพื่อลงนามอนุมัติใบปริญญา โดยจะต้องตอบกลับมาภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2558 หากไม่ตอบกลับมาจะถือว่าได้อนุมัติเห็นชอบแล้ว ดังนั้น ขอยืนยันว่านักศึกษาทุกคนจะได้เข้ารับปริญญาบัตรในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 ตามกำหนดเดิม โดยจะมีภารดาบัญชา แสงหิรัญ เป็นผู้มอบปริญญาบัตร

ยันม.เอแบคมี"อธิการบดี"คนเดียว  ย้ำนศ. 3,000 คนได้รับปริญญาแน่นอน

"เวลานี้มหาวิทยาลัยเอแบค มีอธิการบดีเพียงคนเดียวนั้น คือ ภารดาบัญชา แสงหิรัญ ดังนั้น บุคคลใดที่แอบอ้างเป็นรักษาการอธิการบดี จึงเป็นเรื่องที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มาตรา 42 ระบุว่า หากกรณีที่อธิการบดีปฎิบัติหน้าที่มิได้ ให้รองอธิการบดีเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทน จึงเห็นได้ชัดเจนว่า ตำแหน่งรักษาการอธิการบดี ไม่ได้มีปรากฏตามกฎหมายแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแอบอ้างตามคำสั่งสภามหาวิทยาลัย แต่หากคำสั่งนั้น ไม่ได้เป็นการลงนามด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย ก็ถือเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน มติของการประชุมต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นการเรียกประชุมโดยนายกสภามหาวิทยาลัย ถือเป็นมติที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้น การประชุมของดร.สุทธิพร กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยบางส่วน ที่ได้นำเสนอข้อมูลสู่สาธารณชนเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้ง ขณะนี้ ดร.สุทธิพร ได้พ้นสภาพจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอแบค ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 แล้ว" ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของม.เอแบคกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ทางม.เอแบคกำลังรอหนังสือจากกระทรวงศึกษาธิหาร(ศธ.) เรียกเข้าไปหารือแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยยินดีเข้าไปด้าน ผศ.ดร.ประแสง มงคลศิริ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ม.เอแบค กล่าวว่า ตามที่สภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้มีมติแต่งตั้งตนเป็นประธานกรรมการหาข้อเท็จจริง กรณีที่มหาวิทยาลัยปล่อยกู้เงินมีพิรุธ จนกลายเป็นหนี้สูญนั้น ตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งที่ลงนามโดย ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งได้รับเอกสารหลักฐานสำคัญจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการอ่านศึกษาโดยละเอียด ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องที่มีเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงมีทั้งนักบวช อดีตนักบวช และอาจารย์อีกหลายท่านเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนและบุคคลภายนอกอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่มีส่วนได้เสียจนทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย และอาจมีบางท่านมาข้องเกี่ยวโดยเจตนาบริสุทธิ์ก็ได้"ในขั้นตอนนี้ ผมจึงขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในการค้นหาข้อเท็จจริง และจำเป็นจะต้องขอเชิญอดีตผู้บริหารที่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องโดยตรงมาให้ข้อมูล และชี้แจง ประเด็นข้อสงสัยทั้งที่เกี่ยวกับอำนาจในการปล่อยเงินกู้ของมหาวิทยาลัย และประเด็นความเสียหายกว่า 425 ล้านบาท และความเสียหายจากการประนีประนอมถอนอายัดที่ดิน 202 แปลง ซึ่งปรากฏหลักฐานต่อมาว่าที่ดินแปลงสำคัญๆ ได้มีการขายให้กับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ไปแล้วในปี 2556" ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กล่าวต่อข้อถามว่าจะมีการเชิญ คุณหญิงพจมาน มาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ผศ.ดร.ประแสง กล่าวว่า ตนขอตรวจสอบเอกสารให้ได้รับการรับรองความถูกต้องจากทางราชการก่อน และจะขอหารือกับคณะกรรมการว่ามีความจำเป็นหรือไม่ประการใดที่จะเชิญคุณหญิงพจมาน มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไป

ข่าวล่าสุด