เนชั่นทีวี

ข่าว

เผาแล้วเด็กเหยื่อฆ่า 5 ศพ

30 ก.ย. 2558 | wanchat

เผาแล้วเด็กเหยื่อฆ่า 5 ศพ

เชียงใหม่ - บรรยากาศหลังเผาศพเด็ก 5 รายเหยื่อฆ่าปาดคอ ยังเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ขณะที่ตำรวจเร่งสอบฆาตรกร พร้อมส่งไปสอบอาการป่วยทางจิต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ครอบครัวและบรรดาญาติพี่น้องของเหยื่อผู้เสียชีวิตได้ร่วมกันทำบุญประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีของชาวจีนฮ่อให้กับเด็กและเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หลังมีชายคลุ้มคลั่งใช้มีดพร้าขนาดใหญ่สังหารจนเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นางยี่กอ แซ่เจิ้น วัย 30 ปี ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ โดยบรรยากาศงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และได้มีรับการบริจาคทรัพย์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางบ้านของนายอาซะผะ สีววัวะ ผู้ก่อเหตุ ได้มีการจัดทำอาหารเพื่อช่วยเหลือบ้านของเหยื่อผู้เสียหายเพื่อเป็นสินน้ำใจและการขอโทษ

พ.ต.ท.สมบัติ กาละสุข พนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง อีกทั้งเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บและผู้กระทำผิดยังคงอยู่โรงพยาบาล จึงต้องรอให้หายดีก่อนถึงจะเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นก็ได้สัมภาษณ์นางยี่กอ แซ่เจิ้น วัย เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บหลังพยายามเข้าช่วยบุตรชายของตนและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และขณะนี้อาการเริ่มทรงตัว สามารถให้การได้แล้วบ้าง ซึ่งก็ยืนยันกับตนว่า ผู้สังหารเด็กทั้ง 5 คน คือนายอาซาผะ สีวัวะ แน่นอน และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เนื่องจากเป็นการฆ่าคนบริสุทธิ์และผิดเกินมนุษย์ อีกทั้งความรู้สึกของนางยี่ก่อก็ยังรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ภาพที่เห็นยังคงติดตา และคิดว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับสภาพทางจิตใจ

พร้อมทั้งได้มีพยานเพิ่มเติมที่เข้ามายืนยันชี้ตัวคนร้ายเป็นด.ช.โยโย้ (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุได้ให้การว่าขณะเกิดเหตุคนร้ายได้เดินเข้ามาในบ้านและใช้มีฟันผู้เสียชีวิตทั้งหมดโดยตนก็อยู่ในบ้านเล่นกับเพื่อนๆ ที่เสียชีวิตและได้วิ่งหลบหนีไป โดยนายอาซาผะ ได้ใช้มีดที่ถือมาขว้างใส่ตน แต่เคราะห์ดีที่มีดพร้าพลาดไม่โดนจึงรอดชีวิตมาได้

สำหรับนายอาซาผะ สีวัวะ ในวันนี้จะมีการสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจสอบอาการป่วยทางจิต เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานว่าขณะคนร้ายได้ลงมือก่อเหตุนั้นอยู่ในอาการป่วยทางสภาพจิตหรือว่าสภาพจิตอยู่ในสภาวะปกติซึ่งจะมีบทลงโทษตามกฎหมายแตกต่างกันออกไป

ข่าวล่าสุด