หมาเจ็บ ..ธุรกิจที่ทำเพราะรัก
25 ก.ย. 2558 | Ekkapon

"ปวีณา สารภี" เป็นคนรักสัตว์ในอดีต เธอทำงานในหนังสือสุนัข และชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอเขียนหนังสือ"หมาเจ็บ" เพื่อเล่าเรื่องสุนัขพันธ์โกลเดน รีทรีฟ ของเธอที่ไม่สบายจากโรคลำไส้อักเสบ
ข่าว
25 ก.ย. 2558 | Ekkapon

"ปวีณา สารภี" เป็นคนรักสัตว์ในอดีต เธอทำงานในหนังสือสุนัข และชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอเขียนหนังสือ"หมาเจ็บ" เพื่อเล่าเรื่องสุนัขพันธ์โกลเดน รีทรีฟ ของเธอที่ไม่สบายจากโรคลำไส้อักเสบ
ความรักหมา ทำให้เธอเล่าเรื่องได้สนุกเพราะ"เอาใจใส่" และหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ถึง 3 ครั้ง เนื่องจาก"ถูกที่ถูกเวลา" เพราะกระแสที่คนไทยหันมาเลี้ยงสุนัขมีมากขึ้น
ในปี 2548 ด้วยดีกรีปริญญาในการจัดการการตลาด คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เธอจึงตัดสินใจลองทำธุรกิจเสริม ด้วยการขายภาพสุนัขสวยๆที่สวนจตุจักร เพราะคิดว่าจะมีคนสนใจ แต่กลับล้มเหลวเพราะคนไม่นิยมซื้อภาพ แต่เธอกลับตัวทันได้ทัน ด้วยการตัดสินใจขายสินค้าเกี่ยวกับสุนัข
"หมาก็ต้องการปัจจัย 4 เหมือนคนเรานั่นแหละ แต่มันไม่ได้เรียกร้องเอง คนเลี้ยงซื้อให้" ปวีณาเล่าถึงการเริ่มทำธุรกิจ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะในระยะเวลาไม่นาน การ"จ้างผลิต"สินค้าหลายอย่างของเธอ ตั้งแต่เบาะที่นอนจนถึงเสื้อผ้าสุนัข ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากมาย โดยช่วงสูงสุด เธอขยายร้านถึง 8 ล็อตและลูกค้าต้องเข้าคิวซื้อของ แถมยังมีชาวต่างชาติเดินทางมาซื้อสินค้าของเธอถึงจตุจักร ไม่ว่าจะเป็นชาวฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือประเทศอื่นๆ
กระทั่งปี 2550 ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อมีนักธุรกิจญี่ปุ่นทีพำนักอยู่ในฮาวายมาเห็นสินค้าของเธอและสั่งซื้อ แต่มีเงื่อนไขว่า เธอจะต้องเป็นผู้ส่งออกเอง ทำให้ปวีณาตัดสินใจตั้งบริษัทขึ้นมา โดยใช้ชื่อ"หมาเจ็บ"ตามชื่อหนังสือเล่มดังของเธอ และเลือกไปออกบูธในงานเทรดแฟร์หลายแห่ง ซึ่งงานที่ทำให้"หมาเจ็บ" เป็นที่รู็จักในตลาดโลก คืองาน Interpets-International Fair ที่มหานครโตเกียว ที่ทำให้ชื่อ MAHJEB ของประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขในหลายประเทศ
"เริ่มจากการลงทุน 1 ล้านบาท" ปวีณากล่าวถึงจุดเปลี่ยนในการตัดสินใจเปลี่ยนจาก"ผู้ซื้อ" มาเป็น"ผู้ผลิต" โดยไปขอสินเชื่อจาก SME Bank ที่มี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้คำประกัน โดยยอมรับว่า ในการเริ่มต้นนั้น เริ่มเพราะจำเป็นต้องปิดร้านที่จตุจักร
เนื่องจากน้ำท่วมหนัก และมองเห็นลู่ทางว่าตลาดมีโอกาสเติบโตมาก และเมื่อ"ใจรัก" และทำธุรกิจแบบ"ความใส่ใจ" โอกาสที่จะขยายตัวน่าจะมีสูง แม้จะรู้ว่า การเป็นธุรกิจขนาดเล็ก(SMEs) หมายถึงไม่มีทางเลือกมากนัก นั่นคือลูกค้าต้องการแบบไหนก็จะทำตามที่ลูกค้าต้องการให้ได้
แต่เพราะใจรักและเข้าใจดีว่า"สุนัข"ก็ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ดังนั้น สินค้าของ"หมาเจ็บ" ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หรือกระทั่งเสื้อสุนัข ที่ล้วนแต่ใช้วัสดุอย่างดี ทำให้แม้ตอนแรกจะเจอ"สินค้าจีน"มาตีตลาดด้วยราคาถูกกว่ามาก แต่เมื่อลูกค้าผู้รักสุนัขซื้อไปใช้และเห็นความแตกต่าง ก็เหฌนว่าสินค้าของไทยดีกว่าของจีน
ในวันนี้ "หมาเจ็บ" มีแรงงานสำหรับผลิจสินค้า 20 คนที่ทำงานหนักเพื่อรองรับออร์เดอร์ที่สั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ โดยส่งออกประมาณ 20% ของการผลิต โดยตลาดหลักยังคงเป็นเอเชีย คือ สิงคโปร์ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ที่สั่งเข้ามาต่อเนื่อง และหลังจากจะไปเปิดตลาดยุโรปในงาน Interzoo 2016 ในนูเรมเบิร์ก เยอรมัน บริษัทก็จะหันไปผลิตสินค้าหรูมากขึ้น เพราะเห็นว่ามีลูกทางที่ดี
ในวันนี้ ชื่อ MAHJEB เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกของผู้เลี้ยงสุนัข เช่นเดียวกับชื่อ"หมาเจ็บ"ที่คนรักหมาในเมืองไทยรู้จักดี และเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายเป็น 2 เท่าในอีก 2 ปีข้างหน้า
ความสำเร็จของ"ปวีณา"มาจากก้าวแรกที่ตัดสินใจลงมือทำเพราะ"ใจรัก" ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของภาครัฐทั้ง SME Bank และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)ที่เชื่อว่า ผู้ประกอบการ SMEs นี่แหละคือรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ