ดร.ธนภณ คือผู้จุดประกายให้ประเทศไทยมี “พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ” เพราะต้องการที่จะเห็นประเทศไทยมีพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะระดับโลก เหมือนในต่างประเทศ
อาจารย์ให้สัมภาษณ์ “เนชั่นออนไลน์” ว่า “อยากตั้งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในประเทศไทย เพราะบ้านเรามีการประกวดงานศิลปกรรมแห่งชาติ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร มานานกว่า 70 ปี มีงานที่ชนะการประกวดและได้รับรางวัลสะสมอยู่มากกว่า 500 ชิ้น จึงควรมีพิพิธภัณฑ์ที่ทำหน้าที่จัดแสดงงานศิลปะอันล้ำค่าและทรงคุณค่าเหล่านี้อย่างสมศักดิ์ศรี ให้เหมือนกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ของประเทศฝรั่งเศส”
ดอกเตอร์ธนภณ บอกว่า โครงสร้างที่ได้นำเสนอไว้คือ การจัดตั้ง “สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ” ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการบริหาร จัดการ และกำกับดูแลตัวพิพิธภัณฑ์ เพื่อรองรับการบริหารจัดการองค์ความรู้ในระยะยาว
“พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะล้ำค่า เป็นพื้นที่เรียนรู้ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม เพราะงานศิลปะนั้นมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมของชนชาติ ทั้งยังเป็นพื้นที่ศึกษาเพื่อสร้างความสุนทรีย์ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในหมู่นักเรียน เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรม และยกระดับทุนทางวัฒนธรรมให้มีคุณค่าและมูลค่า เป็นซอฟต์พาวเวอร์เพื่อความแข็งแกร่งของประเทศชาติต่อไป”
ปัจจุบันแนวคิดนี้ใกล้เป็นจริงแล้ว เพราะอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและจัดตั้ง สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานเฉพาะทางภายใต้ วิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ “ธัชชา” สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง อว.
รู้จัก “ดร.ธนภณ” ผู้ปลุกปั้น “ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ”
นอกเหนือจากการริเริ่มแนวคิดพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติแล้ว บทบาทหลักของ ดร.ธนภณ ในปัจจุบัน คือการเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (PC) บพท. จัดเป็นคีย์แมนนำงานวิจัยลงสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ โดยขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 3 ด้าน ขับเคลื่อน “ทุนวัฒนธรรมชุมชน” สู่เศรษฐกิจฐานราก
- นำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการไปแปรรูปอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง เช่น โครงการฟื้นฟูย่านวัฒนธรรมและตลาดชุมชนประวัติศาสตร์ตลาดท่าพระยาเมืองสาย อ.สายบุรี จ.ปัตตานี , การพัฒนาพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ไทลื้อและไทยอง , โครงการอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน และการยกระดับสิ่งทอพื้นถิ่นอย่างผ้าย้อมครามสกลนคร และผ้าลายอัตลักษณ์หนองบัวลำภู ให้กลายเป็นโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
นอกจากนั้น ยังได้วางกรอบยุทธศาสตร์ บพท. ทำหน้าที่กลั่นกรอง กำหนดทิศทาง และประเมินแผนงานวิจัยเป้าหมายสำคัญ จัดสรรงบประมาณที่มุ่งผลสัมฤทธิ์สูง (High Impact) มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พร้อมบูรณาการเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคเอกชน และชาวบ้านในพื้นที่
พร้อมกันนั้น ยังได้จัดการความรู้และพัฒนานักบริหาร ถ่ายทอดองค์ความรู้ในหลักสูตร "การจัดการทุนวัฒนธรรมไทย : ทฤษฎีและการปฏิบัติ" ร่วมกับ บพท. ตลอดจนร่วมพัฒนาหลักสูตรนโยบายสาธารณะกับสถาบันพระปกเกล้าและสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
การได้รับรางวัล TASSHA Catalyst Award ประจำปี 2569 ของ ดร.ธนภณ วัฒนกุล จึงสะท้อนถึงบทบาทของนักยุทธศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลังการเชื่อมต่องานวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรม ไม่ให้หยุดอยู่เพียงแค่รายงานวิชาการบนหิ้ง แต่สามารถนำมาแปรเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม