คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ( ก.ศป.) ได้ประชุม ซึ่งมีวาระการพิจารณาผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีการทำจดหมายน้อยของเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ส่งถึง ผบ.ตร.ให้การสนับสนุนการโยกย้ายนายตำรวจ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยศาลปกครองโดยมีรายงานแจ้งว่า ก.ศป.ได้เริ่มประชุมในช่วงเวลา 17.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่เมื่อ ก.ศป.มีมติแล้ว ได้ทำเอกสารเผยแพร่ให้สื่อมวลชน มีเนื้อหาระบุดังนี้
ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ในการประชุมครั้งที่ 182-3/2558 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.58 ได้พิจารณาเรื่องรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และ ประธานศาลปกครองสูงสุด กรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
โดยที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก ซึ่งเห็นว่า เป็นกรณีมีมูลที่อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดในข้อ 3 (1) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง
ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544 และถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้น พ้นจากตำแหน่งและให้ดำเนินการตาม มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ประกอบข้อ 5 วรรคสอง และข้อ 6 วรรคหนึ่ง (4) ของระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว
ซึ่งต่อมา ก.ศป. ได้มีคำสั่ง ก.ศป. ลับ ที่7/2558 ลงวันที่ 17 มี.ค.2558 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว ซึ่งระหว่างการสอบสวน ก.ศป.ได้เห็นชอบและอนุมัติให้คณะกรรมการสอบสวนขยายระยะเวลาการสอบสวนตามระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544
ขณะที่ ก.ศป. ในการประชุม เมื่อวันที่ 23 ก.ย.58 ได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง ก.ศป. ลับ ที่ 7/2558 ลงวันที่ 17 มี.ค.58 กรณีนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ถูกกล่าวหาว่า มีกรณีตามข้อ 3 ของระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544 แล้วก.ศป.มีมติว่า แม้ไม่ปรากฏชัดว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ได้มีการมอบหมายให้นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง มีหนังสือสองฉบับแจ้งความประสงค์ของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ว่าจะสนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับการต่อรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) ตามลำดับ ปรากฏตามหนังสือของนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ลงวันที่ 25 ต.ค.56 และวันที่ 7 ม.ค.57
แต่พยานหลักฐาน ก็รับฟังได้ว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและรับทราบในกรณีที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม กระทำการดังกล่าว อันเป็นการกระทำผิดวินัย ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตน และไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสีย
โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วซึ่งถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่สมควร ตามข้อ 5 และข้อ 11 รรคหนึ่ง ของประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ 19 ธ.ค. 2544ก.ศป. จึงมีมติให้นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ก.ศป. มีมติโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ประกอบกับข้อ 20 ของประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ 19 ธ.ค.2544 และข้อ 24 วรรคหนึ่ง (2) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544