เนชั่นทีวี

ข่าว

แจ้งจับแก๊งลวงซื้อโควต้าลอตเตอรี่ 2 ล้าน

16 ก.ย. 2558 | lastman

แจ้งจับแก๊งลวงซื้อโควต้าลอตเตอรี่ 2 ล้าน

เจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้าง ถูกแก๊งอ้างเป็นผู้สื่อข่าว หลอกขายโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 หมื่นเล่ม โดยวางเงินมัดจำไป 2 ล้าน แต่ไม่ได้สลาก




ที่สภ.เมืองนนทบุรีสาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ น.ส.อภิญญา สว่างเมฆ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้าง ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศุภลักษณ์ พรมวงษ์ พนักงานสอบสวน ว่าได้ถูกนายธนพล ศรีวงศ์ราช อายุ 46 ปี ผู้สื่อข่าวสมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวและน.ส.กาญจนา เงินงาม อายุ 47 ปี หลอกขายโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 1 หมื่นเล่ม ร่วมเป็น 1 ล้านฉบับ โดยต้องมีการวางเงินมัดจำค้ำประกันล่วงหน้าเป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท แต่เมื่อตนจ่ายเงินไปกับไม่ได้โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่ได้ตกลงไว้จึงรู้ว่าถูกหลอก



น.ส.อภิญญา กล่าวว่าเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2558 มีคนรู้จักได้พานายธนพล มาหาตนที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยนายธนพล ได้อ้างกับตนว่าเป็นผู้สื่อข่าวและยังเป็นตัวแทนของสมาคมคนตาบอด จังหวัดนครพนมและสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ซึ่งมีโควตาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ว่าทางสมาคมยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายจึงได้มอบหมายให้นายธนพลมาติดต่อดำเนินการแทน



โดยนายธนพลได้บอกกับตนว่าถ้าสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายต้องมีค่าใช้จ่ายในการวางเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งในแต่ละงวดจะได้สลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 1 หมื่นเล่มมาจำหน่าย



นอกจากนี้ยังนำเอกสารรับรองจากกระทรวงการคลังว่าทางสมาคมดังกล่าวได้รับการพิจารณาได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจริง จึงทำให้ตนหลงเชื่อและนัดจ่ายเงินค่ามัดจำกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2558



ตนจึงได้เบิกเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท พร้อมกับเขียนเช็คสั่งจ่ายอีกจำนวน 1 ล้านบาท โดยเขียนสั่งจ่ายให้กับนายยุทธนา สีสุวงษ์ อายุ 59 ปี ตำแหน่งรองนายกสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ซึ่งมีชื่ออยู่ในเอกสารสัญญาที่นายธนพลนำมาให้ตนเซ็นไป



แต่เมื่อถึงเวลากลับปรากฏว่าไม่ได้โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อตนโทรศัพท์สอบถามกับนายธนพล ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด ตนจึงได้ลองไปติดต่อกับทางธนาคารก็พบว่าเช็คที่ตนสั่งจ่ายไปนายยุทธนาได้มาขึ้นเช็คขอรับเงินไปตั่งแต่วันนั้นแล้วและเมื่อนำหนังสือสัญญาที่ได้ทำไว้ไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นเอกสารปลอมจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยดำเนินคดี



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบเอกสารทั้งหมดพร้อมทั้งจะออกหมายเรียกนายธนพลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป หากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและหากเอกสารที่นำมาให้ผู้เสียหายดูก็จะแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการต่อไป

ข่าวล่าสุด