โดยมติที่ประชุมมีดังนี้ 1.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเข้ามาดูแลและชดเชยส่วนต่าง หากราคาน้ำมันปาล์มน้ำมันในตลาดต่ำกว่าทุนซึ่งอยู่ที่ กก.ละ 3.38 บาท โดยให้กระทรวงเกษตรชดเชยส่วนต่างโดยตรงแก่เกษตรกรตามมติที่ประชุมที่กำหนดราคาต้นทุน
2.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรฯเปิดโอกาสให้ตัวแทนเกษตรกรและกลุ่มลานเทเข้าร่วมเป็นกรรมการปาล์มน้ำมันฯเพื่อร่วมแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันในจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 คน
3.ให้ภาครัฐลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกรโดยการเข้าควบคุมราคาตั้งแต่ราคาเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าพันธุ์ อุปกรณ์การผลิต ราคาปุ๋ย ไม่ให้สูงเกินจริงเพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชควบคุม
4.ให้ยกเลิกการซื้อขายโดยการกำหนดเปอร์เซ็นต์ โดยให้ใช้มาตรฐานปาล์มสุก สดเป็นมาตรฐาน ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร
5.ให้มีการควบคุมการนำเข้าน้ำมันปาล์ม เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าน้ำมันที่ไม่ถูกกฎหมายอย่างเคร่งครัด
6.ให้มีการผลักดัน พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันโดยเร่งด่วน
7.ให้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงงานหีบน้ำมันปาล์มดิบให้แก่สถาบันเกษตรกรอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง
8.ให้รัฐบาลเร่งชดเชยส่วนต่างราคายางพาราตามมติที่สมัชชาสถาบันเกษตรกรโดยองค์กรฯที่ได้เสนอไปแล้วโดยทันที
9.ให้รัฐบาลเร่งบังคับใช้นโยบายในการใช้ประโยชน์ยางพาราในประเทศให้มากที่สุดตามมติเกษตรกรฯที่ได้เสนอมาโดยตลอด
10.ให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชเสริมรายได้ สัตว์เลี้ยงร่วมยางสร้างความเข้มแข็งในสวนยาง-ปาล์ม เพื่อแก้ปัญหาความยากจนไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและ
11.ให้รัฐบาลหยุดยุทธการทวงคืนผืนป่ากับคนยากไร้และให้เร่งจัดการปฏิรูปที่ดินทำกินให้แก่คนจนโดยมีแกนนำได้ลงชื่อร่วมกัน และมีนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมารับหนังสือข้อเรียกร้องทั้ง 11 ข้อนำเสนอเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป