ที่สน.บุปผาราม - เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ย.2558 พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม และ พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายนิติ หรือ แป๊ะ พยัคฆวรรณ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป พร้อมของกลาง เงินสด 1,820 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ และ รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดงดำ ทะเบียน วลธ 112 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมตัวได้ขณะกำลังใช้มือล้วงใต้เบาะรถ จยย.ของผู้เสียหายที่มาวิ่งออกกำลังกายบริเวณลานพระรูปพระเจ้าตากสินวงเวียนใหญ่ ถนนอินทรพิทักษ์ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม.
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นบรรดาคนรักสุขภาพ จำนวน 7 ราย เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่า ถูกคนร้ายลักทรัพย์สินบริเวณใต้เบาะรถ จยย.ที่นำมาจอดไว้บริเวณวงเวียนใหญ่ และสวนสาธารณะใต้สะพานพระปกเกล้า ขณะไปวิ่งออกกำลังกายได้ของกลางไปหลายรายการ เมื่อทำการตรวจสอบแผนประทุษกรรม และแกะรอยหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดแล้ว ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม จึงนำกำลังไปดักซุ่มตามจุดที่มักเกิดเหตุ กระทั่งเวลา 18.45 น. วันที่ 12 ก.ย. นายนิติ ได้ขับขี่ รถ จยย.ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้งที่ลานพระรูปพระเจ้าตากสินวงเวียนใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงรอเวลาให้นายนิติ ลงมือสำเร็จ จากนั้น ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ที่นำกำลังไปดักซุ่มจึงตัดสินใจกระโดดเข้าชาร์ตตัวไว้ได้แบบทันควันก่อนที่ นายนิติ จะหลบหนี
จากการสอบสวน นายนิติ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ก.พ.57 เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมข้อหาลักทรัพย์ใต้เบาะรถ จยย.มาแล้ว 1 ครั้ง ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ได้รับอภัยโทษเหลือจำคุก 9 เดือน ออกจากเรือนจำมาเมื่อเดือน พ.ย.57 ก็มายึดอาชีพขับ รถ จยย.รับจ้าง แต่รายได้ไม่พอใช้เลี้ยงลูก 3 คน ประกอบกับภรรยาก็ถูกจับข้อหาค้ายาบ้า ต้องอุปการะลูกๆ เพียงลำพัง จึงตัดสินใจตระเวนขับ รถ จยย.ไปลักทรัพย์สินใต้เบาะรถผู้เสียหายตามสวนสาธารณะอีก โดยตั้งแต่ออกจากคุกมาก่อเหตุแล้วประมาณ 20 ครั้ง ทั้งในท้องที่ สน.บุปผารามและใกล้เคียง ได้เงินสดมากบ้างน้อยบ้าง ส่วนโทรศัพท์มือถือจะนำไปขายที่ร้านรับซื้อมือสองแถวบ้านย่านถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ด้าน พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า อยากฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชนที่นำยานพาหนะโดยเฉพาะ รถ จยย.ไปจอดตามสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกาย ขอให้นำทรัพย์สินติดตัวไปตามสมควรโดยเฉพาะเอกสารประจำตัว บัตรประชาชน และบัตรเอทีเอ็ม ไม่ควรเก็บไว้คู่กัน เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้เสียหายคดีนี้ 2 ราย ใช้ พ.ศ.เกิดเป็นรหัสบัตรเอทีเอ็ม ทำให้ นายนิติ คาดเดาเอาไปกดเงินสดออกมาได้ รายแรกสูญเงินสดไป 1,000 บาท รายที่สองสูญเงินสดไป 7,000 บาท ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้นำยานพาหนะไปจอดไว้ในจุดที่ไม่ลับตา เพราะหากเผลออาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที
ต่อมามีผู้เสียหายประมาณ 10 ราย เดินทางมาชี้ตัวและดูของกลาง ปรากฏว่า มี นายพิชัย ศรีหะจันทร์ อายุ 37 ปี ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อถูกคนร้ายล้วงเอาทรัพย์สินใต้เบาะ รถ จยย.ไปถึง 2 ครั้ง สูญเงินไปกว่า 4,500 บาท ระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ใช้หลังมือตบหน้า นายนิติ ไป 1 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าห้ามปรามกันจ้าละหวั่น อย่างไรก็ตาม ผบก.น.8 ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำตัว นายพิชัย ไปอบรมและเปรียบเทียบปรับฐานทำร้ายร่างกายด้วย จำนวน 100 บาท เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อผู้เสียหายรายอื่นๆ ต่อไป