ปปง.เปิดเส้นทางเงินระเบิดราชประสงค์

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) - 11 ก.ย. 58 - "ปปง."เปิดเส้นทางเงินแก๊งบึ้มราชประสงค์ คาดใช้ซื้ออุปกรณ์ประกอบระเบิด พบต้นทางโอนจาก 2 ประเทศ-เกี่ยวข้อง 11 ราย ส่งหลักฐานชงตร.ออกหมายจับเพิ่ม
ข่าว
โดยข้อมูลที่พบแยกเป็น 1.น.ส.วรรณา เปิดบัญชี 8 บัญชี คือธนาคารกรุงไทย 3 บัญชี ธนาคารกรุงเทพ 3 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกรไทย อย่างละ 1 บัญชี 2.นายมิราลลี่ เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ 1 บัญชี และ 3. นายเอ็มระห์ เปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 1 บัญชี
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเอ็มระห์พบว่ามีการรับโอนเงินและทำธุรกรรมดังนี้ 1.วันที่ 17 ก.พ.2558 รับโอนเงินผ่านผู้ให้บริการโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 156,106.10 บาท 2.วันที่ 17 มี.ค.2558 รับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ 157,646.08 บาท 3.วันที่ 7 เม.ย.2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซี หัวหมาก ของนายเอ็มระห์ จำนวน 410,000 บาท 4.มีการทยอยถอนเงินออกเป็นระยะ กระทั่งวันที่ 2 ก.ค.2558 เหลือเงินในบัญีเพียง 395.45 บาท และ5.วันที่ 27 ส.ค.2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีอีก 14,495 บาท ส่งผลให้มีเงินเหลือในบัญชี จำนวน 14,854.45 บาท สำหรับเงินทั้งหมดคาดว่ามีเป็นเงินที่โอนมาเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อเคมีภัณฑ์เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาไม่แพงทำให้จำนวนเงินที่โอนมามีไม่มาก แต่ปปง.มีหลักฐานที่เชื่อว่าบุคคลกลุ่มนี้นำเงินไปซื้ออุปกรณ์ในที่ใดบ้างชัดเจน โดยการทำธุรกรรมครั้งนี้มีทั้งที่ผ่านสถาบันการเงินและการโอนโดยไม่ผ่านระบบบัญชี
สำหรับข้อมูลการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดได้ประสานส่งมอบให้ตำรวจทั้งหมดแล้ว ส่วนจะมีผลต่อการออกหมายจับเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตำรวจ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทางการเงินที่เหลืออยู่ซึ่งมีจำนวนน้อย ทำให้ไม่จำเป็นต้องยึดหรืออายัด แต่ต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทางการเมืองของทั้งขบวนการพ.ต.อ.สีหนาท กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้นทางการโอนของเงินในต่างประเทศมาจาก ประเทศจีนและตุรกีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า คงไม่สามารถไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะกระทบกับการสอบสวนคดีของตำรวจ โดยที่ตรวจสอบกลุ่มนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกออกหมายจับแล้ว ยกเว้นนายเอ็มระห์ที่พบว่าเป็นผู้รับโอนเงินจากต่างประเทศ โดยเบื้องต้นกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายมูลฐานความผิดตามกฎหมายปปง.เรื่องการก่อการร้าย แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวปปง.ทำงานร่วมกับตำรวจจึงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง หากพบว่ามีการสนับสนุนเงินเพื่อก่อการร้ายจริงจะต้องถูกประกาศให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวพ.ต.อ.สีหนาท ได้นำแผนผังบุคคลในการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเกี่ยวข้องกับการโอนเงินหมุนเวียนให้ขบวนการดังกล่าวพบว่ามีจำนวน 11 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด แบ่งเป็นผู้โอนจากต่างประเทศ 7 คน และเป็นผู้รับโอนในประเทศไทย 4 คน โดยเป็นการโอนเงินจากปลายทาง 2 ประเทศ แต่ในแผนผังไม่ได้ระบุว่ามาจากต้นทางประเทศใด