เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม และประสานเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ร่วมสกัดจับ คนร้ายได้วิ่งหลบหนีออกจากบ้านแล้ววิ่งลงไปหลบในบ่อน้ำกลางทุ่งนาหมู่ที่ 8 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยบ่อน้ำดังกล่าวนั้น มีขนาดกว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 60 เมตร มีหญ้าขึ้นรก ภายในบ่อน้ำเต็มไปด้วยผักตบชวาแน่นบ่อ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเรือลงค้นหา
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้กระจายกำลังกันปิดล้อมรอบบ่อ และขึ้นไปอยู่บนต้นไม้คอยสังเกตการณ์จากมุมสูง คนร้ายดำน้ำอยู่ใต้ผักตบชวา และคอยโผล่ศีรษะขึ้นมาตามกอผักตบชวา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเห็นก็จะดำน้ำหลบ ใช้เวลาอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงยอมขึ้นมาให้ตำรวจจับกุมตัวเนื่องจากเหนื่อยและคงหนีไม่พ้น ทราบชื่อ นายสมาน สุขสำราญ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ที่ 11 ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
จากการสอบสวน นางชมด แตงมีแสง อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุที่บ้านตนไม่มีใครอยู่บ้าน ตนและหลานได้ออกไปขายของที่ตลาดนัด ส่วนลูก ๆ ก็ออกไปทำงาน ระหว่างที่ตนกำลังขายของอยู่ก็ได้มีคนไปตามว่าที่บ้านมีคนร้ายขึ้น ตนจึงได้กลับมาดู แต่ก็พบว่าคนร้ายได้หลบหนีตำรวจออกไปแล้ว เมื่อตรวจสอบดูในบ้านก็พบว่าโทรศัพท์มือถือได้หายไป 1 เครื่อง
ด้านนายสมาน กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนที่นี่ ตนมีอาชีพทำงานก่อสร้าง ก่อนเกิดเหตุ ได้ออกหากระรอก จนมาถึงบ้านดังกล่าว เห็นว่ามีต้นไม้เยอะ ก็จะมาหากระรอก อาศัยการฟังเสียงกระรอกแล้วติดตามเสียงไป ไม่ได้เข้ามาขโมยของ หรือมีเจตนาอย่างอื่นเลย
ร.ต.ท.ชัชชัย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านของนางชะมดว่า มีคนร้ายลักลอบเข้าไปในบ้านนางชะมด ซึ่งหลังรับแจ้งก็ได้ไปตรวจสอบพบนายสมานกำลังจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงหลบหนี ตนจึงได้ประสานของกำลังเสริมและประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยออกติดตาม นายสมานได้วิ่งหลบหนีลงไปในบ่อน้ำกลางทุ่งนาหลังบ้าน จึงทำการปิดล้อมและค้นหาจนเจอตัว
ซึ่งเบื้องต้น จากการสอบสวน นายสมาน ปฏิเสธว่า ไม่ได้เข้าไปขโมยของ ที่เข้าไปในบ้านก็เพื่อตามหากระรอกเท่านั้นเอง แต่จากการสอบถามนางสาวมาริสา เจียมอยู่ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/3 หมู่ 8 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้เคียงกับบ้านผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้สังเกตเห็นนายสมานมานอนที่ศาลาพักผู้โดยสารริมถนน ซึ่งอยู่หน้าบ้านของนางชะมด หลายวันแล้ว วันแรกตนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอ 2 วันหลัง ตนก็เห็นว่าผิดสังเกต คนอะไรจะมานอนที่นี่ทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จนกระทั่งทราบข่าวว่า มีคนร้ายเข้าบ้านนางชะมด และจับตัวได้แล้ว ตนจึงมาดู ก็ยืนยันว่า ชายคนที่นอนที่ศาลาที่ตนเห็นเป็นคนเดียวกับ นายสมาน ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของนายสมาน พบว่า เคยมีคดีลักทรัพย์อยู่หลายคดี และทำการสอบสวนผู้เสียหายทราบว่าโทรศัพท์มือถือได้หายไป 1 เครื่อง อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป