เมื่อวันที่13 สิงหาคม 2558 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงข่าวกรณีที่สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) มีมติและลงสัตยบรรณาร่วมกันในกลุ่ม 19 วิทยาลัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่เปิดสอนด้านช่างอุตสาหกรรมว่าจะไม่รับนักเรียนที่มีรอยสักและระเบิดหูเข้าเรียนในปีการศึกษา 2559 ว่า ตนได้หารือร่วมกับทาง รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวณิช นายก สวทอ. ซึ่งได้ชี้แจงเหตุผลถึงมติดังกล่าวว่า ขณะนี้ชาติต้องการนักศึกษาอาชีวะมาช่วยกันทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ ทาง สวทอ.จึงอยากปรับภาพลักษณ์ของอาชีวะ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชนให้ดีขึ้น โดยจะมุ่งแก้ไขปัญหาเรื่องของภาพลักษณ์และการทะเลาะวิวาท ปัญหายกพวกตีกันในกลุ่มนักศึกษาอาชีวะ
โดยจากการสำรวจ พบว่า นักศึกษาที่ทะเลาะวิวาท ส่วนใหญ่ที่พบจะมีสัญลักษณ์ประจำตัว คือ มีระเบิดหู และรอยสักที่บ่งบอกถึงตราสถาบัน หรือความเป็นแก๊งค์ ดังนั้น จึงมีมติเรื่องการปรับภาพลักษณ์ ของนักศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ได้แก่ ต้องไม่มีการพกอาวุธเข้ามาในสถานศึกษาเด็ดขาด ไม่มีเรื่องยาเสพติด สุราของมึนเมาในสถาบัน และจะไม่รับเด็กที่มีรอยสักที่เป็นโลโก หรือ ตราสัญลักษณ์ของสถาบัน และระเบิดหู
ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า จากการหารือดังกล่าว ทางศธ.ยืนยันว่าสถานศึกษาต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ประสงค์เข้าเรียนต่อต้องได้เรียนไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนก็ตาม แต่ทาง สวทอ.ก็เกิดความกังวล เนื่องจากพบข้อมูลว่ามีบริษัทเอกชน บางแห่งที่ไม่รับนักศึกษาที่มีรอยสักและระเบิดหูเข้าทำงาน ฉะนั้นทาง ศธ.และสวอท.จึงเห็นตรงกันว่าจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าเรียนแต่จะขอให้ทางสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนพิจารณาเด็กที่มีรอยสักเป็นรายกรณีไป โดยนักศึกษาคนใดมีรอยสักตราสถาบัน หรือรอยสักที่สุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ก็จะเรียกมาพูดคุยทำความเข้าใจขอให้ลบรอยสักออก ขณะที่การระเบิดหู อาจจะไม่ให้ใส่เครื่องประดับที่ไม่เหมาะสม แต่หากกรณีที่เด็กสักอยู่ใต้ร่มผ้าก็อาจจะยกประโยชน์ให้แก่เด็ก เพราะเด็กไม่ได้สักแบบโจ่งแจ้งซึ่งตนเห็นว่าหากเด็กลบรอยสักออกก็จะเป็นผลดีให้แก่ตัวเด็กเองด้วย
ผู้ที่มีรอยสักไม่ใช่เป็นคนไม่ดีทั้งหมดและการสักก็อาจเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งบางคนอาจจะสักเพื่อความสวยงามดังนั้น ขอให้ สวอท.ทบทวนเรื่องนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนซึ่งสวอท.เองก็รับจะไปดำเนินการ แต่อาจพิจาณารับเด็กเป็นรายกรณีเท่านั้นเพราะกลุ่มอาชีวศึกษาเอกชนเองต้องการที่จะผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ จึงต้องมีการปรับปรุงภาพลักษณ์นักเรียนอาชีวะให้ดีขึ้น รศ.นพ.กำจร กล่าว