สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิเสธข่าว มีใบสั่งในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือกระบี่ ยืนยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา และยังจะไม่พิจารณา EIA EHIA จนกว่าคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายจะมีข้อสรุปออกมา
ผู้ตรวจราชการกระทรวง รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. นางรวีวรรณ ภูริเดช บอกว่า สผ.และ คณะกรรมการผู้ชำนาญพิจารณารยงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ คชก.? ได้ทำหน้าที่ในการพิจารณารายงานผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หรือ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโครงการท่าเทียบเรือขนถ่านหินบ้านคลองรั้ว ด้วยความเป็นกลาง และตรงไป ตรงมาไม่มีใบสั่งใดๆ และยังไม่มีการพิจารณารายงาน EHIA ที่กฟฝ.เสนอ โดยรอผลการพิจารณา ๓ ฝ่ายก่อน
ส่วนกรณีกลุ่มผู้คัดค้านอ้างว่าไม่ได้เข้าร่วมแสดงความเห็นนั้น สผ.จะได้ทำการตรวจสอบในเรื่องนี้ และกรณีการก่อสร้างโครงการผ่านพื้นที่ป่าชายเลน จะต้องมีความสอดคล้องกับ พรบ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.๒๕๕๘ และต้องขออนุญาติใช้ประโยชน์จากคณะรัฐมนตรีด้วย
นารวีวรรณ บอกถึงความคืบหน้าในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ว่าเมื่อวานนี้ กฟฝ. เพิ่งส่งรายงานชี้แจงเพิ่มเติมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ให้ สผ. หลัง คชก. มีมติให้ กฟฝ. เพิ่มเติมข้อมูลในรายงานฯให้ครบถ้วน รวม ๑๗ ประเด็นหลักจาก ๑๔๓ ประเด็นย่อย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เช่น การศึกษาทางเลือกและเหตุผลความจำเป็นของโครงการ การจัดการน้ำทิ้ง การใช้ประโยชน์ที่ดินและการท่องเที่ยว ผลกระทบด้านสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตามแม้ กฟฝ.จะรายงานเพิ่มเติมตามประเด็นดังกล่าวมาแล้ว แต่สผ.?จะผลการประชุมของคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายก่อน
ส่วนโครงการท่าเทียบเรือขนถ่านหินบ้านคลองรั้ว เมื่อเดือน มีนาคม คชก. มีมติในห้ กฟฝ. ปรับปรุงและเพิ่มเติมรายละเอียด ๑๒ ประเด็นหลัก จาก ๑๗๓ ประเด็นย่อย เช่น ความสอดคล้องกับข้อกฎหมาย ผลกระทบจากอุโมงค์และสายพานี่ผ่านป่าชายเลน โครงสร้างสัณฐานวิทยาชายฝั่ง และการแพร่กระจายของตะกอน การคมนาคม ความปลอดภัย และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจนถึงเวลานี้ กฟฝ.ยังไม่ส่งรายงานชี้แจงเพิ่มเติมดังกล่าว
สพ.บอกว่า แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการประชุม คณะกรรมการ ๓ ฝ่ายออกมา ทั้งนี้ สผ. เห็นว่าหากประเทศขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า จะทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน สพ.บอกอีกว่า จริงๆ ชาวบ้านไม่ได้ค้านตัวโรงไฟฟ้า แต่เชื้อเพลิงในการผลิต มีทางเลือกอะไรบ้าง และอยากให้ กฟฝ. รับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน เช่นพลังงานทดแทนอย่างน้ำมันปาล์ม