กระบวนการในการถอดยศ อดีตนายกฯ เริ่มขึ้นหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิง พจมาน ประมูลซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก วันที่ 21 ตุลาคม 2551 ให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 100 (1) และมาตรา 122 ลงโทษจำคุก 2 ปี พร้อมมีคำสั่งให้ออกหมายจับ
ปี 2552 ยุคที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นช่วงต้นของการดำเนินการตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ ปี 2547 กองวินัยส่งเรื่องเสนอไปยังกองกำลังพล เพื่อทำเรื่องไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท มีความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นกรณีพัวพันคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน จึงให้ส่งเรื่องไปสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกา แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตอบกลับถึง สตช.ในวันที่ 28 ต.ค. 2552 รับรองถึงอำนาจในการถอดยศ แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เกษียณราชการไปก่อนหน้าเพียง 1 เดือน ทำให้เรื่องถูกดองไว้หลังยุคของ พล.ต.อ.พัชรวาท ปัญหาภาวะสุญญากาศภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อเนื่องมาถึงช่วงเวลาของความวุ่นวาย จากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พลัดเปลี่ยนขึ้นรับตำแหน่ง คนละ 1 ตั้งแต่ สมัย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ต่อเนื่องมาถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. คนสุดท้ายในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย แทบจะเรียกได้ว่า ประเด็นการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้
ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอีก
จนถึงวันนี้นับว่าเรื่อง ได้ผ่านมาถึงมือ ผบ.ตร.คนที่ 8 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ซึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ในยุค คสช. เขาได้มีคำสั่ง แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการถอดยศ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดนี้ ลงมติว่า ข้อกฏหมายครบถ้วนสมบูรณ์ ที่จะดำเนินการได้ และส่งรายงานฉบับแรก ให้ พล.ต.อ.สมยศ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. แต่ถูกตีกลับ ด้วยเหตุผล "ขาดขั้นตอนการลงนามในการรับรองมติ"
คณะกรรมการชุดเดียวกันนี้ ต้องประชุมอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า รายงานครบถ้วยสมบูรณ์ตามกฏหมาย และส่งกลับไปให้ พล.ต.อ.สมยศ ลงนามเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ถูกตีกลับ ด้วยเหตุผลว่า "ข้อมูลไม่ชัดเจน" และแม้คณะกรรมการจะยืนยันกลับไปเป็นครั้งที่ 3 ล่าสุดเมื่อ 11 มิถุนายน ก็ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่า ได้มีการลงนามจาก ผบ.ตร. จนทำให้สังคม เชื่อว่า การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ คงจะไม่สำเร็จในยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อย่างแน่นอน