เนชั่นทีวี

ข่าว

ลักตัดต้นพะยูง ล้มทับบ้านครู

31 ก.ค. 2558 | wanchat

ลักตัดต้นพะยูง ล้มทับบ้านครู

ขอนแก่น-คนร้ายเหิมลอบตัดไม้พะยูงอายุกว่า 50 ปี ในที่ดินเอกชนข้างบ้านครูประถม ล้มทับบ้านเอาไปไม่ได้ ต้องตั้ง รปภ. 24 ชั่วโมง ป้องกันมาเอาคืน ถ้าได้ไปเลื่อยขายต่างประเทศมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 3 ล้านบาท พร้อมแจ้ง ตำราจตามล่าคนลอบตัดไม้พะยูง


เมื่อเวลา 10.0 น. วันที่ 31 ก.ค.58 นายชาลี บุตรโคตร อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 19 ถ.ท่าพระ โกสุมพิสัย บ้านหนองโข่ย ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อาจารย์ระดับ 8 สังกัด สพป.ขอนแก่น เขต 1 ได้เข้าพบกับ พ.ต.ท.ถวัลย์ สุทธาวรัตน์ พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.เมืองขอนแก่น ว่า ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลักลอบเข้ามาตัดไม้พะยูงในที่ดินเอกชนที่ติดอยู่กับบ้านของตนจนหลังคาบ้านเสียหาย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบด้วย


เมื่อไปยังสถานที่ลักลอบตัดต้นไม้พะยูง พบว่าทางเข้ามีป้ายเขียนไว้ว่า พื้นที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าโดยเด็ดขาด และโซ่ที่คล้องไว้ที่หน้าประตูทางเข้าถูกเลื่อยตัดขาด ทำให้ตัวคนลอดเข้าไปได้ เข้าไปภายในที่ดินว่างเปล่าที่เป็นป่ามีต้นมะค่าไม่น้อยกว่า 10 ต้น และต้นไม้พะยูง 1 ต้น ลำต้นใหญ่เท่ากับ 1 คนโอบ มีความสูงประมาณ 15- 20 เมตรอายุประมาณ 50 ปี เส้นรอบวง 60 เซนติเมตร ซึ่งตรงโคนต้นสูงกว่าพื้นประมาณ 1 เมตร ลำต้นถูกเลื่อยยนต์ตัดจนเกือบขาดทั้งต้น และมีเชือกไนล่อนสีเขียวมัดแน่นกับลำต้นที่อยู่ในลักษณะดึงลำต้นให้หักลงมาจนต้นไม้พะยูงหักลงมาแต่ไม่หลุดจากโคนต้น และล้มไปทับหลังคาบ้านของนายชาลีจนหลังคาบ้านเสียหาย


นายชารี บอกว่า เมื่อประมาณ ตี3 ของคืนที่ผ่านมา ได้มีฝนตกลงมาพรำๆ และตนนอนหลับอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้าน และเกิดความเสียหายที่หลังคาบ้านของตน จึงได้ไปตรวจสอบก็พบว่าต้นไม้พะยูงหักลงมาตอนนั้นไม่ทราบว่าสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ตนพร้อมเพื่อนบ้านอีก 2 3 คน จึงได้ไปตรวจสอบในที่ดินส่วนบุคคลก็เห็นว่าต้นไม้พะยูงดังกล่าวไม่ได้หักโค่นเพราะแรงลม หรือธรรมชาติทำให้หักลงมา เพราะมองเห็นเชือกที่โยงกับโคนต้นไม้พะยูงเพื่อดึงให้หักลงมาที่พื้น และรอยที่หักเป็นรอยเลื่อยยนต์ในลักษณะมีคนเลื่อยต้นไม้พะยูง และไม่สามารถเอาออกไปจากสถานที่คนร้ายเข้ามาลักตัดไม้พะยูงต้นดังกล่าว


ดังนั้นจึงได้แจ้งให้เจ้าของที่ดินที่ถูกคนร้ายน่าเชื่อว่ามาไม่น้อยกว่า 4 5 คน ขับรถยนต์ปิคอัพมาจอดแล้วเข้าไปตัดต้นไม้พะยูงที่ปลูกไว้ในที่ดินของตนเองทราบ ซึ่งต้นไม้พะยูงหักโค่นลงมาแล้ว คนร้ายไม่สามารถเอาไปได้ จะต้องหวนกลับมาใหม่ จึงต้องเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยท่าพระ เพื่อมาดักซุ่มรอให้คนร้ายหวนมาเอาต้นไม้พะยูงรอบสอง และจะได้จับกุมเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นแก๊งมอดไม้ที่น่าจะทำเป็นขบวนการ โดยต้นไม้พะยูงที่มาลักลอบตัดในครั้งนี้น่าจะนำไปขายให้กลุ่มนายทุนเพื่อส่งขายต่อยังต่างประเทศ ซึ่งหากสามารถนำไปขายยังต่างประเทศได้สำเร็จจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 3 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด