โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคและบริษัทผลิตน้ำประปาเอกชน โดยผลิตน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในคลองแห้งขอด เนื่องจากเมื่อชลประทานปล่อยน้ำมา ประชาชนเกษตรกรข้างคลองระบายน้ำต่างๆ ตั้งแต่คลอง 14 จนถึงแค่คลอง 4 สูบน้ำไปเข้านา น้ำก็หมดคลองแล้ว บริษัทเอกชนจึงหยุดการผลิตน้ำชั่วคราว จึงทำให้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคเพียงแหล่งเดียว
แต่เนื่องจากภาวะภัยแล้งในขณะนี้ จึงทำให้แรงดันน้ำต่ำ น้ำที่ไหลอ่อน ทำให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับน้ำได้น้อยลง บุคลากรภายในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีความจำเป็นต้องช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ นำมาช่วยเหลือผู้ป่วยในด้านต่างๆ พร้อมกันนี้ ยังมีถังขนาดใหญ่เก็บน้ำสำรองขนาด 4,500,000 ลิตร และสำรองถังน้ำ จำนวน 100 ถัง ถังละ 150 ลิตร เก็บน้ำไว้ตามหอพักผู้ป่วย
ด้าน รศ.นพ.จิตตินัดด์ หะวานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลมากนัก เนื่องจากโรงพยาบาลตั้งอยู่บนพื้นที่ของ อ.คลองหลวง ซึ่งยังไม่ถือเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง การประปาส่วนภูมิภาค นำน้ำดิบมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มาผลิตน้ำประปา ส่งให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติตามลำดับ และสามารถบริหารจัดการน้ำ สำหรับผู้ใช้บริการและบุคลากรของโรงพยาบาลได้ โดยเฉลี่ยต่อวันโรงพยาบาลมีการใช้น้ำในปริมาณ 800-900 คิว หรือ 900,000 ลิตร ซึ่งตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลผู้ใช้บริการ 1 คนต่อเตียงจะใช้น้ำในปริมาณ 2 คิวต่อวัน
นพ.จิตตินัดด์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อการใช้น้ำของผู้ใช้บริการ และบุคลากรเองในอนาคต โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการและบุคลากรทุกท่านในการใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่มีความจำเป็น และควรปิดน้ำทุกครั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งการช่วยกันประหยัดน้ำหรือแม้กระทั่งประหยัดไฟคนละไม้คนละมือถือเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่มิให้รุนแรงมากไปกว่านี้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลูกหลานของเราให้มีทรัพยากรใช้ตลอดไป.