พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.00 น. ทางด้านนายมนตรีและนายประสานนั้นได้รับประทานอาหารด้วยกันที่โรงแรมแลนด์มาร์ค ก่อนที่จะเดินทางกลับมายังบ้านพักของผู้ตายภายในซอยดังกล่าว ต่อมาเวลาประมาณ 18.30-19.00 น. ทางพยานระบุว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด ก่อนจะทราบว่าทางนายมนตรีและนายประสานได้เสียชีวิต จากการตรวจสอบพบจดหมายที่นายประสานได้เขียนไว้ก่อนหน้าจะก่อเหตุโดยพบอยู่ภายในรถยนต์ของนายประสาน
จากการตรวจสอบบาดแผลของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายนั้นพบว่า ทางนายมนตรีถูกอาวุธปืนพก ขนาด 11 มม. ยิงเข้าที่บริเวณศรีษะด้านหลัง (ท้ายทอย) จำนวน 2 นัด และหลังจำนวน 1 นัด นอนหงายเสียชีวิตบนพื้นภายในบ้าน และบริเวณชายคาติดกับตัวบ้านพบร่างของนายประสานนั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้พลาสติกซึ่งในมือพบอาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ที่ใช้ในการก่อเหตุจ่อยิงเข้าบริเวณขมับขวาทะลุซ้าย
ส่วนการสอบพยานถึงความสนิทชิดเชื้อระหว่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองนั้น ให้การว่า ทางด้านนายประสานนั้น จะคอยดูแลขับรถรับส่งนายมนตรีซึ่งเป็นเจ้านาย ทั้งนี้รู้จักกันมาเป็นระยะเวลานานกว่า 30 ปี ส่วนอาวุธปืนนั้นทางครอบครัวของนายมนตรีทราบว่าทางนายประสานนั้นจะพกปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนั้นทางญาติไม่ติดใจแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าสาเหตุหรือชนวนการก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นเรื่องระหว่างทั้งสองคน โดยหลังจากนี้จะต้องทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญญาติของนายประสานมาทำการสอบสวนอีกครั้ง อีกทั้งจะนำจดหมายลาตายที่นายประสานได้เขียนทิ้งไว้ไปตรวจสอบอย่างละเอียดถึงข้อความต่างๆ ไปจนถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านอาหารที่โรงแรมดังกล่าว เพื่อตรวจสอบหาชนวนเหตุหรือปมฆาตกรรมในครั้งนี้ต่อไป
นอกจากนี้ ตำรวจยังพบจดหมายระบายความในใจภายในรถของนายประสารด้วย 1 ฉบับ ซึ่งขอเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบก่อน ขณะที่อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของนายประสารที่มักพกติดตัวอยู่ตลอด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำศพของทั้ง 2 ราย ส่งนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจทำการชันสูตรต่อไป ขณะที่เตรียมเรียกญาตินายประสารเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในวันนี้ ( 22 ก.ค.)