โดยมีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือป.ป.ส. รวมทั้งตัวแทนกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมร่วมกับส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อดำเนินการโครงการจัดระเบียบสังคมรอบสถานศึกษา ตลอดจนชี้แจงแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดระบบบูรณาการแบบครบวงจร
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ได้สานต่อโครงการ 1 โรงเรียน มี 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสอดส่องดูแล ซึ่งแต่ละสถานศึกษาได้จัดกลุ่มเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม คือ เด็กดี เด็กเสี่ยง เด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่เป็นผู้ค้า โดยกำหนดมาตรการเข้าไปดูแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ให้การดูแลช่วยเหลือ พร้อมกันนี้จะมีการจัดศูนย์บำบัดฟื้นฟูยาเสพติด 17 ศูนย์ในกรุงเทพฯ และในทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยมีทั้งแบบสมัครใจ และบังคับเข้าบำบัด ควบคู่กับการเพิ่มการจัดพื้นที่เชิงบวกให้มากขึ้น อาทิ สนามเด็กเล่น สถานที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ เป็นต้น
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า การจัดโซนนิ่งห้ามขายสุรารอบสถานศึกษา ได้มอบหมายกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกรมสรรพสามิต กำหนดขอบเขตโซนนิ่งสถานบริการให้ชัดเจนภายใน 180 วัน
ส่วนโซนนิ่งที่เคยมีการจัดไว้เมื่อปี 2545 จะให้มีการทบทวนใหม่ และตรวจสอบใบอนุญาต เพราะต้องยอมรับว่าการจัดโซนนิ่งในอดีตไม่สอดคล้องกับการขยายตัวกับพื้นที่ทางเศรษฐกิจ โดยให้ทบทวนใหม่ และนำเสนอมาภายใน 180 วัน ซึ่งสถานประกอบการที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่มีการแอบเปิดและจดชื่อใหม่ ให้มีการตรวจสอบและสั่งปิดถาวรให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน