นักเขียนคนนี้บอกว่าอย่าเข้าใจความหมายของเขาผิดโดยเขายังมองว่าคนฟิลิปปินส์ก็ยังเป็นกลุ่มคนที่มีความสุขและเป็นชาติที่ภูมิใจในประเทศของตนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิวัติประชาชนเมื่อปี คศ 1986 / การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2001 / การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่อย่างอุตสหกรรมoutsource หรือความท้าทายของฟิลิปปินส์ที่มีต่อประเทศมหาอำนาจในพื้นที่ทะเลจีนใต้
แต่สิ่งที่ทำให้ชาวฟิลิปปินส์ที่เคยไปต่างประเทศเกิดความทุกข์ยากคือการกลับมาประเทศบ้านเกิดและพบว่ามันควรจะพัฒนาไปไกลกว่านี้เหมือนกับประเทศที่ตนเคยไปใช้ชีวิตอยู่
เช่น ชาวฟิลิปปินส์ในกรุงเทพคนหนึ่งบอกว่าเคยมีการเปรียบเทียบกรุงเทพและกรุงมานิลาเรื่องของสภาพการจราจร แต่ชาวฟิลิปปินส์คนนี้กลับมองว่าระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพนั้นดีกว่าในกรุงมานิลาโดยมีระบบอากาศหมุนเวียนที่ดีกว่า มีการเก็บรักษารถไฟเป็นอย่างดี และเป็นระบบสาธารณะที่ใช้ง่าย // แม้คนจะแน่นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ยังมีระบบแอร์ที่ใช้งานใด้ ต่างจากรถไฟฟ้าในกรุงมะนิลา
คนฟิลิปปินส์คนหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์พูดถึงการเดินทางโดยรถไฟจากในตัวเมืองไปสนามบินที่ใช้เวลาเพียง28 นาที อีกทั้งยังมีการให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีและต่อเนื่องตลอดการเดินทางบนขบวนรถไฟและที่นั่งบนรถไฟก็ดูสะอาดและมีคุณภาพ
คนเขียนบทความนี้บอกว่าเขาไม่ต้องการจะสื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานควรเป็นสิ่งที่วัดความภาคภูมิใจของประชาชนเกี่ยวกับประเทศบ้านเกิดแต่สิ่งที่ชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางหรือไปอยู่ต่างประเทศไม่พอใจก็คือ การกลับบ้านและเห็นว่าประเทศบ้านเกิดยังล้าหลังประเทศอื่นๆอยู่