ในวันที่ 31 ก.ค.58 จะเป็นวันเข้าพรรษา ประชาชนต่างเตรียมตัวทำบุญตักบาตร ในส่วนของช่างเทียนคุ้มวัดต่างๆ จ.นครราชสีมา ต่างเร่งประดิษฐ์ หล่อ แกะสลักประดับตกแต่งขบวนต้นเทียนเพื่อให้ทันเข้าประกวด และร่วมงานประเพณีเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของ จ.นครราชสีมา ประจำปี 2558 ช่างเทียนต่างออกแบบขบวนต้นเทียนให้ออกมาวิจิตรงดงาม และแฝงไปด้วยหลักธรรมคำสั่งสอน การบอกเล่าเรื่องราวพระพุทธศาสนาและพุทธประวัติ โดยเฉพาะขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดโพธิ์ และวัดหนองบัวรอง เทศบาลนครนครราชสีมา โดยเฉพาะวัดโพธิ์เป็นต้นฉบับขบวนต้นเทียนล้อการเมืองและเทียนสร้างสรรค์ ที่หยุดทำเทียนไปนานถึง 10 ปี ในปีนี้ช่างเทียนรุ่นก่อตั้งได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อออกแบบขบวนต้นเทียนพรรษาวัดโพธิ์ให้มีความโดดเด่นวิจิตรอลังการยิ่งขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบของเทียนพรรษาในยุคสมัยใหม่
นายเทียน เลิศศรีศิลป์ อายุ 43 ปี ศิลปินอิสระ หัวหน้าช่างเทียนวัดโพธิ์ กล่าวว่า ปีนี้วัดโพธิ์ตั้งใจทำต้นเทียนส่งเข้าประกวดและร่วมงานแห่เทียนที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมาจัดขึ้นหลังหยุดทำเทียนมานานถึง 10 ปี เบื้องต้นใช้งบประมาณกว่า 1ล้านบาท ใช้เทียนมีน้ำหนักกว่า 10 ตัน โดยขบวนต้นเทียนพรรษามีความพิเศษและสอดคล้องกับยุคสมัย หลังจากก่อนหน้านี้ต้นเทียนของวัดโพธิ์เป็นต้นแบบของเทียนล้อการเมืองและเทียนสร้างสรรค์ จนสร้างความฮือฮาสร้างสีสันให้แก่งานมาโดยตลอด
ส่วนช่างเทียนเป็นชาวบ้าน วัยรุ่น ที่มีแรงศรัทธาและต้องการฝึกฝีมือกว่า 20 คนได้มาร่วมกันประดิษฐ์ขบวนเทียนยาว 19 เมตร สูงประมาณ 4.50 เมตร ออกแบบเป็นขบวนเรือที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความพิเศษคือด้านท้ายขบวนจะมีรูปหล่อเทียนเหมือน พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ พระผู้ให้ ที่ชาวนครราชสีมาเคารพบูชาและระลึกถึงแม้ท่านมรณภาพไปแล้ว โดยจะเป็นรูปหล่อท่านั่งยองๆ ถือไม้เคาะหัว และที่เป็นไฮไลท์จะมีเสียงเทศนาหลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อคูณที่สั่งสอนลูกศิษย์มาตลอดช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่ด้วย โดยเฉพาะคำสั่งเสีย10ข้อก่อละสังขาร นอกจากนี้ ที่สำคัญขบวนต้นเทียนของวัดโพธิ์จะเป็นขบวนเทียนที่ควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิก ทำให้ขบวนเทียนมีชีวิตสามารถขยับขึ้นลงได้ และตัวหุ่นเทียนทุกตัวสามารถพ่นน้ำและมีเสียงร้องเสมือนจริง ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน และมีการประดับตกแต่งด้วยระบบแสง สี เสียงที่ทันสมัยในตัว พร้อมมีคำสั่งสอนหลวงพ่อคูณรอบขบวนต้นเทียน ฉะนั้นการออกแบบขบวนต้นเทียนครั้งนี้ต้องการมุ่งหวังให้กลุ่มเยาวชนและประชาชนหันมาให้ความสนใจประเพณีแห่เทียนพรรษามากขึ้นนายเทียน กล่าว
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาปีนี้ใช้สโลแกนว่าเสริมบุญ สร้างบารมี แห่เทียนโคราช จักขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 30 ก.ค.- 1 ส.ค.58 รวม 3 วัน 3 คืน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการเปิดประเทศสู่อาเซียนจากทุกประเทศ รวมถึงที่พักและการเดินทาง โดยในปีนี้มีขบวนต้นเทียนจากวัดหนองบัวรอง และเพิ่มมาอีกคือวัดโพธิ์ ทำให้ปีนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น และมีขบวนต้นเทียนจากวัดดังต่างๆ ที่จะเข้าร่วมขบวนแห่กว่า 30 ต้นเทียน แบ่งเป็นประเภท ก. กว่า 20 ต้นเทียน,ประเภท ข. และประเภท ค. อีกว่า 10 ต้นเทียน รวมทั้งขบวนแห่ที่จะสร้างสีสันรอยยิ้มเสียงหัวเราะ เช่น วัดใหม่สระประทุม อ.โชคชัยฯ ที่ทุกปีส่งประกวดต้นเทียนครองแชมป์มากกว่า10ปี,วัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัย ประเภท ข.,วัดบูรพาพิมล อ.พิมาย และวัดเดิม อ.พิมาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป ของดีทั้ง 32 อำเภอ และเลือกรับประทานอาหารพื้นเมืองแบบอีสาน
รวมทั้งชมขบวนต้นเทียนที่จะจอดเรียงรายอยู่รอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) โดยเฉพาะยามค่ำคืนแสงไฟ และแสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องให้ต้นเทียนมีความสวยงามวิจิตรตระการตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกพร้อมถ่ายรูปลงโทรศัพท์มือถือส่งไลน์ หรือเฟชบุ๊ค หรือแชร์ส่งต่อๆ กันไปทั่วโลก ซึ่งจะบ่งบอกและเติมเต็มให้ จ.นครราชสีมา เป็นที่รู้จักและน่าท่องเที่ยวมากขึ้น จึงขอเรียนเชิญนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศมาชมมาดูแห่เทียนโคราช เรายินดีต้อนรับ ซึ่งปีนี้เราจะมีการโชว์กระบวนการทำเทียน เพื่อให้รู้แหล่งที่มาหรือต้นทางของการทำเทียน และความตั้งใจของศิลปินคนทำได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้นและสามารถเข้าถึงพุทธศาสนา นายสุรวุฒิ กล่าว