นายเทิด หมอยาดี เกษตกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีรายนี้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเนชั่นทีวีว่าในรอบ 20 ปี จังหวัดสุพรรณบุรีที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำกับประสบปัญหาภัยแล้งแม้แต่บ่อกุ้งก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้เกษตรชาวนาเป็นบางพื้นที่ในอำเภอบางปลาม้าผู้เลี้ยงกุ้งไม่สามารถที่จะสูบน้ำเข้ามาพักเพื่อเลี้ยงกุ้งในบ่อได้ บางรายถึงกับหยุดเลี้ยงไปบ้างก็มี แม้ ลุงเทิดจะมีน้ำในเพื่อใช้เลี้ยงกุ่งในปีนี้นี้ แต่ด้วยความร้อน ของแดดทำให้ส่งผลกระทบกับหน้าดิน เวลาหว่านอาหารไป ก็ไม่ถ฿งพื้นดินทำให้กุ้งที่เลี้ยงเจริญเติบโตช้า
ไม่ต่างกับเกาตกรเลี้ยงเป็ดฟาร์มหรือเป็นไล่ทุ่งที่ได้รับผลกระทบเช่น นาย สำราญ แดงดี ผู้เลี้ยงเป็นในจังหวัดสุพรรณบุรี บอกกับทีมข่าวว่าผุ้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งหลายรายต้องประสบปัญหา เพราะบางพื้นที่ไม่สามารถทำนาได้ เพราะเป้ดไล่ทุ่งต้องกินข้าวเปลือกที่ชาวนาเก็บเกี่ยวเสร็จ แต่ปีนี้ผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งต้องซื้ออาหาร เองทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าขนส่งที่จะนำรถบรรทุกไปตามที่นาต่างที่มีแหล่งน้ำและอาหาร บางรายต้องนำเป็ดไล่ทุ่งมาขายให้กับเจ้าของฟาร์มเพราในช่วงหน้าแล้งไข่ปริมาณไข่เป็ดจะน้อยกว่าในช่วงอื่น
ภัยแล้งในปีนี้ผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำท่าจีนก้ได้รับผลกระทบเช่นกันเพราปัญหาภัยเพราปริมาณทีลดลง หากภัยแล้งยาวนานจะสงผลให้การส่งออกปลากระชังและกุ้งลดลง อีกด้วย